ประเทศนาอูรู-รูแห่งฟอสเฟต

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 14  มิถุนายน พ.ศ. 2567

ประเทศนาอูรู (Nauru) หรือ สาธารณรัฐนาอูรู เป็นประเทศที่เป็นเกาะอยู่ในภูมิภาคไมโครนีเซีย ทวีปโอเชียเนีย ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก และอยู่ใต้เส้นศูนย์สูตรเพียง 1 องศา มีเนื้อที่เป็นพื้นดิน 21 ตารางกิโลเมตร (ขนาด 2 ใน 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ) ถือว่ามีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศ

โมนาโก และ นครรัฐวาติกัน

ประเทศนาอูรู นับว่าเป็นสาธารณรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากนครรัฐวาติกัน โดยมีประชากรเพียง 10,000 กว่าคนเท่านั้นเอง

ธงชาติของประเทศนาอูรู เป็นสีน้ำเงินเข้ม มีแถบสีทองอยู่ตรงกลาง และมีดาวสีขาว 12 แฉกอยู่ใต้แถบสีทอง สีน้ำเงินเข้ม หมายถึง มหาสมุทรแปซิฟิก แถบสีทอง หมายถึง เส้นศูนย์สูตร ดาวสีขาวหมายถึง ตำแหน่งของประเทศที่อยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร 12 แฉกที่อยู่ดาวสีขาวหมายถึง ชนพื้นเมือง 12 เผ่า

ในอดีตประเทศนาอูรู เป็นประเทศที่เป็นเกาะสวยงาม และอุดมสมบูรณ์มีนกที่อพยพข้ามถิ่นแวะมาหากินที่ประเทศนาอูรูเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี และได้ขับถ่ายมูลนกไว้บนเกาะ เป็นจำนวนมากจนกลายสภาพเป็นแหล่งแร่ฟอสเฟต ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญใช้ในอุตสาหกรรมปุ๋ยเกษตร ที่มีมูลค่ามหาศาลในเวลาต่อมา

ประชาชนประเทศนาอูรู เป็นชาวไมโครนีเซีย และพอลินีเชีย ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ 1,000 ปี ก่อนคริสตกาล หรือเมื่อประมาณ 3,000 ปี ที่ผ่านมา

นายจอห์น เฟิร์น นักล่าปลาวาฬชาวอังกฤษ นับว่าเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางมาถึงเกาะนาอูรู เมื่อพ.ศ. 2341 และได้ตั้งชื่อเกาะนาอูรูว่า Pleasant Island ซึ่งมีความหมายว่า เกาะที่สวยงาม

ต่อมามีเรือล่าปลาวาฬ เข้ามาแวะจอดที่เกาะนาอูรู เพื่อหาน้ำจืดและอาหาร ทำให้ชาวนาอูรูได้ติดต่อกับชาวยุโรปตะวันตก และทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เป็นอาหารจากเกาะนาอูรู กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาวุธปืนจากยุโรป และเป็นสาเหตุให้ ในช่วง พ.ศ. 2421 ถึง 2431 ชาวนาอูรูได้ทำสงครามระหว่างเผ่า เพราะได้รับอาวุธปืนจากชาวยุโรปตะวันตก

หลังจากนั้น ประเทศเยอรมนีได้ทำข้อตกลงกับประเทศอังกฤษ แล้วประเทศเยอรมนีได้ผนวกหรือรวมเกาะนาอูรูอยู่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะมาร์แชลล์ซึ่งอยู่ในความอารักขาของประเทศเยอรมนี ช่วงนั้นเองที่นักสำรวจแร่ชาวเยอรมัน ได้สำรวจพบแหล่งแร่ฟอสเฟต บนเกาะนาอูรู ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ประเทศเยอรมนีขุดเจาะพื้นดินเป็นหลุมขนาดใหญ่จำนวนมากบนเกาะนาอูรูเพื่อหาแหล่งแร่ฟอสเฟตขายให้กับต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับประเทศเยอรมนี

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง กองทัพประเทศออสเตรเลียได้ส่งกองกำลังเข้ายึดเกาะนาอูรูเมื่อปี พ.ศ. 2457 และเมื่อเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประเทศอังกฤษได้เข้ายึดครองกิจการเมืองแร่ฟอสเซสบนเกาะนาอูรู

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จักรวรรดิญี่ปุ่นได้ส่งกองทหารเข้ายึดเกาะนาอูรู เมื่อ พ.ศ. 2485 ในช่วงที่กองทหารญี่ปุ่นบุกยึดเกาะนาอูรู ได้ใช้เครื่องบินพลีชีพหลายลำ ลงจอดบนเกาะนาอูรูที่เต็มไปด้วยต้นไม้ นักบินญี่ปุ่นได้พลีชีพโดยขับเครื่องบินลงจอดบนพื้นดินแล้วไถต้นไม้จนเหี้ยนเตียน เพื่อเปิดทางให้เครื่องบินลำอื่นของกองทัพญี่ปุ่นลงจอดบนเกาะนาอูรูจนสำเร็จ และตำแหน่งที่ตรงนั้น คือ สนามบินนานาชาตินาอูรู ในปัจจุบัน

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เกาะนาอูรูได้ถูกปิดล้อมโดยกองกำลังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลายาวนาน ในที่สุดกองกำลังทหารประเทศญี่ปุ่น ที่อยู่บนเกาะนาอูรู ยอมจำนนเมื่อ พ.ศ. 2488 สหประชาชาติจึงได้มอบหมายให้สหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ เป็นผู้ดูแลเกาะนาอูรูในฐานะดินแดนที่ถูกควบคุม

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง การขุดเจาะพื้นดินเพื่อทำเหมืองแร่ฟอสเฟต ได้ดำเนินการต่อไป พื้นดินบนเกาะนาอูรู ถูกขุดเจาะเป็นหลุมขนาดใหญ่เพื่อหาแร่ฟอสเฟต ดินที่ขุดขึ้นมาได้วางไว้ใกล้หลุม พื้นที่ประเทศส่วนใหญ่ซึ่งมีอยู่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร ถูกขุดเจาะหลุมเป็นส่วนมากไม่สามารถใช้งานได้

สะท้อนให้เห็นถึงแนวความคิดของจักรวรรดินิยมตะวันตก ที่เข้ายึดครองประเทศอื่นที่มีความเจริญน้อยกว่า ใช้วิธีการแสวงหาทรัพยากรที่มีประโยชน์ และขายเพื่อหารายได้และทำกำไร โดยที่คนท้องถิ่นในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์ และไม่คำนึงถึงผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมาในประเทศที่ถูกยึดครอง

ต่อมาประเทศนาอูรูได้รับสิทธิในการปกครองตนเองเมื่อ พ.ศ. 2509 แทนที่ผู้บริหารประเทศนาอูรูในยุคนั้น จะบริหารทรัพยากรอันมีค่าในประเทศ ซึ่งได้แก่ แร่ฟอสเฟต อย่างชาญฉลาด กลับขุดเจาะพื้นดินบนเกาะเพื่อหาแร่ฟอสเฟต อย่างหนักหน่วง ยิ่งกว่าตอนช่วงที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดินิยมชาติตะวันตก

ในช่วงนั้นประเทศนาอูรู ได้กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เพราะมีรายได้จากการขายแร่ฟอสเฟต ให้กับต่างประเทศอย่างมหาศาล เมื่อคำนวณจากรายได้ในการขายและฟอสเฟต หารด้วยจำนวนจำนวนประชากรในขณะนั้นที่มีอยู่แค่ 7,000 คน ทำให้ประชากรต่อหัวมีรายได้มากที่สุดในโลก

ในช่วงนั้น ชาวนาอูรู มีฐานะร่ำรวย ซื้อรถหรูราคาแพงจากต่างประเทศมาใช้ที่เกาะนาอูรูเป็นจำนวนมาก สั่งซื้อข้าวของเครื่องใช้และอาหารราคาแพงจากต่างประเทศ โดยไม่มีการวางแผนในเรื่องการใช้เงิน ด้วยการลงทุนอย่างอื่นสำหรับอนาคต ประชาชนในยุคนั้น กินอยู่อย่างฟุ่มเฟือย จนเป็นโรคเบาหวาน และต้องตัดอวัยวะบางส่วน เช่น แขน ขา จนเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อแหล่งแร่ฟอสเฟตใกล้หมด ชาวนาอูรูที่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ได้เก็บเงินและไม่ได้วางแผนการใช้เงิน ไม่มีเงิน กลายเป็นคนยากจน จากประเทศที่เคยร่ำรวยที่สุดในโลก กลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกในทันที

ปัจจุบันบนเกาะนาอูรู ยังมีแร่ฟอสเฟต อยู่เพียงเล็กน้อย การขุดพื้นดินเพื่อหาแหล่งแร่ ต้องได้รับสัมปทานจากรัฐบาล และมีทำเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งการดำเนินงาน ถูกควบคุมโดยรัฐบาล

พฤติกรรมของชาวนาอูรูที่เคยร่ำรวย อู้ฟู่ และกลายเป็นคนยากจน ช่างคล้ายกับคนไทยบางคนในบางพื้นที่ ที่บังเอิญขายที่ดินได้ราคาแพง เช่น ราคา 10-20 ล้าน บาท และใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย มือเติบ โดยไม่เก็บและไม่วางแผนการใช้เงิน เพียงไม่กี่ปีกลายเป็นคนจนกว่าเดิม

พื้นที่บนเกาะนาอูรูส่วนใหญ่ มีสภาพเป็นหลุม ที่เกิดจากการขุดหาแหล่งแร่ฟอสเฟต และกลายเป็นที่ทิ้งขยะ รัฐบาลนาอูรูไม่สามารถแก้ไขสภาพพื้นดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้

ประเทศนาอูรูที่มีสภาพเป็นเกาะ จะถูกน้ำทะเลท่วม ในอีกหลาย 10 ปีข้างหน้าเมื่อโลกร้อนขึ้น แม้จะไม่จมไปทั้งเกาะ มีพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่สูง ที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง แต่ก็ไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้

รัฐบาลนาอูรูพยายามหารายได้หลายทางเข้าประเทศ หากมีเงินเพียง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถขออนุญาตจัดตั้งธนาคาร ในประเทศนาอูรูได้ จึงทำให้มีข้อสงสัยว่า อาจเป็นแหล่งฟอกเงินได้

ล่าสุดผู้แทนการค้าของประเทศไทย ได้ทำความตกลงกับประเทศนาอูรู ให้ความช่วยเหลือ แนะนำทางด้านการประมงปลาทูน่า ในทะเลของประเทศนาอูรู

รัฐบาลนาอูรู ได้มีแนวความคิดที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เข้าประเทศนาอูรูเพียงปีละ 200 คน โดยมีนโยบายสร้างท่าจอดเรือโดยสารขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาแวะชมเกาะ ซึ่งความจริงไม่มีทัศนียภาพเหลือสักเท่าไหร่ นอกจากตำนานและความเป็นมา และยังต้องลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย

หากย้อนคิดถึงประเทศไทย ต้องนึกถึงประวัติศาสตร์ที่พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต ที่ทรงนำพาประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมประเทศตะวันตก และไม่ต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากเหมือนบางประเทศ                                                   

                                                 ………………………

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น