ก.ม.ควบคุมดื่มแอลกอฮอล์ กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

 กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ฉบับใหม่ล่าสุด มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไป

ข้อกำหนดที่สำคัญคือ ห้ามจำหน่ายสุราในเวลา 14.00-17.00 น. และ 00.00-11.00 น.(เป็นข้อกำหนดที่มีอยู่เดิม) และห้ามดื่มในเวลาที่ห้ามขายดังกล่าวหากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 10,000 บาท (เป็นข้อกำหนดใหม่)

ผลบังคับของกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่นี้ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ออกมาประกาศเตือนนักท่องเที่ยวประเทศตน ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

การที่ประเทศอื่นประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของตน ที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้คนไทยที่เดิมอาจจะไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก ตื่นตัวเป็นอย่างมาก

ตลกร้ายเกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้ ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ร้านอาหารทั่วไปที่มีลูกค้านั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากเผอเรอดื่มจนเกินเวลาที่กำหนด ทั้งเจ้าของร้านและลูกค้าจะถูกปรับเป็นจำนวนเงินถึง 10,000 บาท

แต่ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับเดิม ที่ลงนามเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 ยกเว้นการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ถือว่ากระทำได้แม้ในเวลาที่ห้ามจำหน่ายในสถานที่ดังต่อไปนี้คือ การขายในอาคารที่ให้บริการกับผู้โดยสารในสนามบิน ที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ, ขายในสถานบริการตามที่กำหนดเวลาเปิด-ปิดของสถานบริการ, ขายในโรงแรม

นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไปที่เป็นรายเล็กกับสถานบริการ หรือโรงแรมที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่

ความหมายคือ ร้านอาหารทั่วไปขนาดเล็ก ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่ควบคุมไม่ได้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นสถานบริการ หรือโรงแรม และสนามบิน ขายได้…เอวัง มีด้วยประการ เช่นนี้

หากย้อนไปถึงประเด็นการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา 14.00-17.00 น. มีที่มาจากประกาศคณะปฏิวัติ เมื่อ พ.ศ. 2515 ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อห้ามและปรามพนักงานและข้าราชการบางส่วนในสมัยนั้น ที่ทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลากลางวัน จนล่วงเลยเวลาทำงาน และไม่สามารถทำงานได้

นอกจากนี้ อาจมีเจตนาที่ดีเพื่อสกัดกั้นเยาวชนและคนทั่วไป ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ดีพอสมควร

ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังถือว่า ลำบาก อาจมีธุรกิจบางอย่างที่ดำเนินไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหา แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ประเมินว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และธุรกิจต่อเนื่องที่เป็นร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว มีมูลค่าสูงถึง 6 แสนล้านบาทต่อปี และเชื่อมโยงกับสถานประกอบการกว่า 312,000 แห่งทั่วประเทศ

ล่าสุด รัฐบาลได้ตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยจะทบทวนเกี่ยวกับกำหนดเวลา และสถานที่ในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ และสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีโดยจะแก้ไขด้วยการออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎหมายที่บัญญัติไว้และมีผลบังคับใช้ เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยนไปจากที่เคยทันสมัยและเหมาะสมในสมัยหนึ่ง อาจกลายเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น