รถ…แลกแจกแถม
ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 4 ธันวาคม 2563
ดร. รุจิระ บุนนาค
4 ธันวาคม 2563

Facebook : Rujira Bunnag

Twitter : @RujiraBunnag

การปล่อยมลพิษของรถยนต์เก่าที่มีการใช้งานมานาน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหามลพิษ รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ทำให้ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลต่างตระหนักถึงการแก้ปัญหาการใช้รถเก่า

ภาคเอกชนได้ผลิตรถประเภทประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ กับรถยนต์ไฟฟ้า และภาครัฐมีความต้องการส่งเสริมรถยนต์ประเภทนี้เช่นกัน เพราะหากการปล่อยให้รถยนต์เก่ามาขับเคลื่อนบนท้องถนน มากเท่าใดทำให้ปัญหามลพิษมากขึ้นเท่านั้น

รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้เกิดการลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพราะเห็นว่าเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทั่วโลกต่างสนับสนุนแนวโน้มของการรักษ์โลกจึงต้องการผลักดันให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าร้อยละ30 ในปีพ.ศ. 2573 และตั้งเป้าไว้ว่าในปีพ.ศ.2579 ประเทศไทยจะต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากถึง 1.2 ล้านคัน

ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบศ.) เห็นชอบในหลักการ ข้อเสนอโครงการบริหารเศรษฐกิจ ระยะปานกลาง และระยะยาวชุดที่ 2 ที่เสนอโดย คณะอนุกรรมการ วิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุน ในระยะปานกลาง และระยะยาว โดยหนึ่งในมาตรการ ที่ภาครัฐ เตรียมดำเนินการคือโครงการรถแลกแจกแถม หรือรถเก่าแลกรถใหม่ จำนวน 1 แสนคันเพื่อส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และบริหารจัดการซากรถยนต์

ภาครัฐได้หารือร่วมกับเอกชน โครงการนี้มีเงื่อนไข สำคัญ 6 ข้อ ได้แก่
(1) ค่ายรถยนต์เอกชนต้องสนับสนุนส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ร้อยละ 2 และอุดหนุนค่ากำจัดซากร้อยละ 1 ของราคาขายรถใหม่ (2) รถที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ เช่น ไฮบริด (HEV/Hybrid Electric Vehicle) ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV/ Plug in Hybrid Electric Vehicle) รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV/Battery Electric Vehicle) (3) หักลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลร้อยละ 3 ของราคาขายรถใหม่ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (4) รัฐต้องก่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้เกิดกิจการจัดการซากรถเก่า
(5) กระทรวงคมนาคมต้องเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เพื่อยกเลิกทะเบียนรถเก่า (6) รถผ่านการใช้งานมาแล้ว 10-12 ปี จึงจะสามารถเข้าสู่เงื่อนไขรถแลกแจกแถมได้

แม้ภาครัฐจะมีมาตรหักลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล แต่ภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ยังคงมีอยู่ โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนอัตรา คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า จะมีการช่วยเหลือประชาชนประการใด นอกจากเงื่อนไขข้างต้น อาจมีการพิจารณาว่า รถที่จะเข้าโครงการควรต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หลายเรื่องที่ควรคิดเกี่ยวกับโครงการนี้

กรณีหักลดหย่อนภาษี มีข้อที่ควรพิจารณา คือ หากนำค่าใช้จ่ายจากโครงการรถแลกแจกแถมมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาทตามแนวทางในการคำนวณภาษีแต่ละคน จะได้รับเงินคืนแตกต่างกันตามฐานรายได้สุทธิที่จะต้องเสียภาษี หากมีรายได้สุทธิสูงและอยู่ในฐานที่จะต้องเสียภาษีมาก จะมีโอกาสได้รับเงินคืนเพิ่มสูง เช่น กรณีมีรายได้สูงและเสียภาษีในอัตราร้อยละ 35 หากใช้สิทธิลดหย่อนจากโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 บาท โดยไม่ใช้สิทธิหักลดหย่อนอื่นจะได้รับเงินคืน 35,000 บาท

แต่ในกรณีถ้ารายได้สุทธิน้อยและเสียภาษีอัตราร้อยละ 10 และไม่ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนอื่น จะได้รับเงินคืน 10,000 บาท สำหรับคนที่ไม่เคยยื่นเสียภาษี ทั้งรายได้ไม่ถึงเกณฑ์จะต้องเสียภาษี จะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการลดหย่อนภาษีรถแลกแจกแถม

กระทรวงอุตสาหกรรมควรเร่งดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางจัดการซากรถยนต์ เพื่อศึกษาให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนวทางมาตรการจัดการซากรถในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบใช้ใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์การตั้งโรงงานรีไซเคิลยานยนต์ และส่งเสริมการลงทุนกิจการโรงงานรีไซเคิลซากรถและแบตเตอรี่ เพื่อไม่ให้เป็นขยะมลพิษ

กระทรวงคมนาคมต้องประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเชื่อมข้อมูลทางทะเบียน ถ้ารถเก่าถูกทำลาย เป็นซาก ทะเบียนต้องถูกทำลายอย่างถาวร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมิฉะนั้นจะเป็นช่องทางของมิจฉาชีพที่จะสวมหรือเอาทะเบียนดังกล่าวกระทำผิดกฎหมาย

เมื่อมีรถไฟฟ้า รัฐบาลต้องสนับสนุนให้มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้รถไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เช่น สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) สนับสนุนการลงทุนหัวจ่ายแบบ Quick Charge และหัวจ่าย บบ Normal Chargeเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่สนใจ พูดง่ายๆ คือ ต้องเตรียมระบบทุกอย่างให้พร้อม เพื่อที่จะให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้สมบูรณ์

           รัฐบาลควรคำนึงด้วยว่า รถเก่าควรเป็นรถที่ครอบครองคนเดียวแต่แรก เพื่อป้องกันการกันสวมสิทธิ

ประชาชนผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ ควรต้องมีความพร้อมจริงๆทั้งทางด้านการเงิน เนื่องจากราคารถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาสูงกว่ารถยนต์ปกติ และต้องมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าอย่างดีพอ ไม่ใช่แค่อยากทันกระแสโลก ที่ผ่านมาโครงรถยนต์คันแรก ที่มีการคืนภาษีให้กับผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรก แต่ท้ายสุดผู้ที่ไม่มีความพร้อมต้องถูกยึดรถ

แต่ตอนนี้โครงการรถ…แลกแจกแถมต้องรอไปก่อน เพราะรัฐบาลเปิดตัวโครงการนี้ในช่วงเวลาที่จะมีงานแสดงรถยนต์ มอเตอร์เอ็กซ์โป ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้คนชะลอซื้อรถยนต์ในงานดังกล่าว ทั้งที่บรรดาค่ายรถยนต์คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาทองที่จะขายรถยนต์ได้

โครงการรถ…แลกแจกแถม ยังไม่นิ่ง และต้องใช้เวลาอีกนาน จึงจะมีความชัดเจน หรือว่าเป็นเพียงโครงการสร้างกระแสให้ประชาชนเท่านั้น

Marut Bunnag Copyright @2020

 


Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.