เลือกตั้งแบบไทย สส. เขต และ บัญชีรายชื่อ ใช่หรือ ?

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ใกล้เข้ามาทุกที ประชาชนต่างสงสัยและสับสนกันว่า ทำไมต้องมีทั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ ตลอดจนหมายเลขผู้สมัครที่หาเสียงกันทุกวันนี้ เป็นหมายเลขของผู้สมัคร สส.เขต หรือ สส.บัญชีรายชื่อ ที่ชูหัวหน้าพรรคขึ้นมาหาเสียงกันแน่

สส.เขต เป็นตัวแทนของประชาชนในแต่ละเขตที่เลือกขึ้นมา แต่เดิมมีทั้งเลือกตั้งแบบ พวงเล็ก และพวงใหญ่ ซึ่งเป็นศัพท์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจง่าย

สส.เขต แบบพวงเล็กหมายถึง การที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเขตละ 3 คน พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัคร เขตละทั้ง 3 คน จึงเรียกว่า พวงเล็ก

สส.เขต แบบพวงใหญ่หมายถึง การที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้เลือกตั้งกันทั้งเขตใหญ่ๆ (เขตเล็กหลายเขตรวมกัน) หรือเลือกตั้งทั้งจังหวัด จึงเรียกว่า พวงใหญ่

ปัจจุบัน การเลือกตั้ง สส.เขต เป็นแบบ 1 คน 1 เขต เรียกว่า เขตเลือกตั้งละเขต แบ่งหรือซอยย่อยให้เป็นเขตที่เล็กลง และมี สส.เพียงคนเดียว สส.เขต จะมี 400 คน

นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อในคราวเดียวกัน โดยให้ประชาชนเลือกตั้งด้วยการกาบัตรเลือกตั้งแยกอีกหนึ่งใบ เพื่อเลือกพรรคการเมือง คะแนนที่ได้รับจะมาคำนวณเป็นสัดส่วนว่า พรรคใดได้คะแนนร้อยละเท่าใด เพื่อคำนวณเป็นจำนวน สส.บัญชีรายชื่อซึ่ง สส.บัญชีรายชื่อจะมีทั้งหมด เพียงแค่ 100 คน เมื่อคำนวณคะแนนที่ได้เป็นสัดส่วนแล้ว เช่น พรรค ก. มี สส. บัญชีรายชื่อ 30 คน, พรรค ข. มี สส.บัญชีรายชื่อ 20 คน และ พรรค ค. ไม่มี สส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว เพราะได้รับเลือกตั้งคะแนนจากระบบนี้น้อยเกินไป เป็นต้น

ประเทศไทยเริ่มมีการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2544 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540

ทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า ประเทศไทยรับการเลือกตั้งแบบ สส.บัญชีรายชื่อ จากประเทศใด? และวัตถุประสงค์ให้ในการเลือกตั้งแบบ สส.บัญชีรายชื่อ ที่แท้จริงคืออะไร ?

คำตอบ คือ ประเทศไทยรับการเลือกตั้งแบบ สส.บัญชีรายชื่อ มาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งมีแนวคิดว่า ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. และได้รับเลือกตั้งเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎร หลายคนมีลักษณะเป็นนักการเมืองมากเกินไป เช่น หาเสียงเก่ง พูดเก่ง รับปากเก่ง แต่อาจทำงานไม่เก่ง ไม่ทำตามที่พูด และไม่รู้จริง

ประเทศเยอรมนี จึงมีแนวความคิดที่ต้องการให้นักวิชาการและผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่หาเสียงไม่เก่ง ได้เข้ามีโอกาสเป็น สส. ทำงานในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อความเจริญของประเทศ จึงคิดการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อขึ้นมา

แต่เมื่อประเทศไทยรับการเลือกตั้งแบบ สส.บัญชีรายชื่อมาใช้ กลับไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมแบบประเทศเยอรมนี กลายเป็นว่า ผู้ที่มีรายชื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อจะเป็นนักการเมืองอาวุโส หรือผู้มีบารมีในพรรค, ผู้มีอุปการคุณบริจาคเงินให้พรรค ซึ่งอาจรวมถึงลูกหลานด้วย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินหาเสียง ส่วนผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มักจะอยู่อันดับถัดๆ ไป ทำให้ผู้มีความรู้ความสามารถไม่ค่อยได้รับเลือก เป็น สส.บัญชีรายชื่อ จึงกลายเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ที่พัฒนาเป็นแบบฉบับของคนไทย

อุปมา อุปไมย คล้ายกับกรณีชาวอิตาเลียนมาเห็นพิซซ่าในประเทศไทยที่มีหน้าพิซซ่าหลากหลาย ตามรสนิยมคนไทย เช่น หน้ากะเพรา หน้าแกงเขียวหวานไก่หรือเนื้อ ชาวอิตาเลียนได้แต่ทำตาปริบๆ และอาจชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย

นอกจากนี้ หมายเลขสมัครผู้รับเลือกตั้ง ยังสร้างความมึนงงให้แก่ผู้ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งพอสมควร

เนื่องจากผู้สมัคร สส.เขต ในแต่ละเขต แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน มีหมายเลขสมัครรับเลือกตั้งต่างกัน และในเวลาเดียวกัน เมื่อหาเสียงยังชูตัวหัวหน้าพรรค เพื่อหาเสียงสำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งแตกต่างกันออกไปอีก จนสับสนกันไปหมด

ในอดีตได้เคยมีความพยายามแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.พรรคเดียวกัน ใช้หมายเลขเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อความสะดวก ได้มีโอกาสใช้เพียงแค่ครั้งเดียว ต่อมาได้ถูกคัดค้าน เพราะบางพรรคไม่สามารถส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ได้ครบทุกเขต ทำให้มีหมายเลขผู้สมัครในบางเขตหายไปเหมือนฟันหลอ จึงได้ถูกยกเลิกและกลับมาสับสนอลหม่านเหมือนเดิม

การที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.พรรคเดียวกันมีหมายเลขสมัครเดียวกันทุกเขต รวมทั้งระบบบัญชีรายชื่อด้วย น่าจะทำให้ประหยัดงบประมาณรายจ่าย อีกทั้งประหยัดเวลาเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำ รวมทั้งเป็นความสะดวกต่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ผู้มีอำนาจหน้าที่บางคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะยิ่งยุ่ง ยิ่งต้องจัดทำมาก ยิ่งต้องใช้งบประมาณมาก อาจมีผู้ได้รับผลประโยชน์แอบแฝงจากเรื่องนี้

การเลือกตั้ง สส.หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย จึงเป็นไปตามแบบฉบับของประเทศไทย

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น