เก็บภาษีบริษัทข้ามชาติ

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568

รัฐบาลได้ออกกฎหมายใหม่เป็นพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2568 สำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มาลงทุนในประเทศไทย

เหตุที่รัฐบาลออกกฎหมายนี้เป็นพระราชกำหนด เพราะต้องการให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศลงในพระราชกิจจานุเบกษา ตามอำนาจของรัฐบาลที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่รัฐบาลต้องนำพระราชกำหนดนี้เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568

หลักการของกฎหมายฉบับนี้ คือ ให้อำนาจรัฐบาลจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ต้องเสียภาษีขั้นต่ำในอัตรา 15% ไม่ว่าจะจากประเทศต้นทางที่บริษัทข้ามชาตินั้น จดทะเบียนจัดตั้งหรือเสียภาษีในประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้

บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ประเภทนี้ หลายบริษัทมักจะจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศที่ไม่ต้องเสียภาษี หรือเสียภาษีต่ำมาก ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นประเทศ Tax Heaven หรือประเทศที่เป็นสรวงสวรรค์ในการเสียภาษี เพราะเสียภาษีน้อย หรืออาจไม่เสียเลย

ในกรณีนี้ บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกเว้นภาษีจากประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง จะต้องเสียภาษีเพิ่มในประเทศไทยที่เป็นแหล่งรายได้เพราะประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มให้ครบ 15% ในรอบปีบัญชี

ขนาดของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มนี้ ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า จะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 750 ล้านยูโร หรือ 2.6 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยเริ่มระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

การที่รัฐบาลตัดสินใจออกกฎหมายเป็นพระราชกำหนดนี้ เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ประเทศไทยเข้าร่วมข้อตกลงเกณฑ์ในการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทข้ามชาติไม่ต่ำกว่า 15% (Global Minimum Tax) เพื่อป้องกันการแข่งขันลดภาษีมากเกินไป

รัฐบาลคาดว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

หากพิจารณาตามความคาดการณ์ของรัฐบาลแล้ว ดูเหมือนว่า ทุกอย่างน่าจะดีหมด

แต่สิ่งหนึ่งที่พระราชกำหนดนี้ ไม่ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจน คือ กรณีที่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศที่มีสนธิสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation) กับประเทศไทยที่ได้รับการยกเว้นภาษี หากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เหล่านั้นเสียภาษีในประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง อาจไม่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติตามพระราชกำหนดนี้ได้

นอกจากนี้ การที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ หากประชาสัมพันธ์ไม่เป็นที่ชัดเจนในต่างประเทศ อาจทำให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่สนใจจะมาลงทุนในประเทศไทย มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า จะต้องเสียภาษีนิติบุคคลเพิ่ม โดยไม่เข้าใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องบริหารจัดการและระมัดระวังให้ดี

แม้พระราชกำหนดนี้ จะมีข้อดีอยู่มากตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ แต่ยังมีสิ่งที่ควรระวัง และดำเนินการให้เหมาะสมควบคู่ไปด้วย                                                          

                                                                     …………………….

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น