ซูเปอร์ฯจีนในไทย

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2567,

ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน ที่จะเปิดขึ้นใหม่ ตรงข้ามกับย่าโม ในย่านธุรกิจของเมืองโคราชได้สร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดาผู้ประกอบกิจการร้านค้าปลีกของคนไทย ที่อยู่ในย่านนั้นเป็นอย่างมาก

ผู้ประกอบกิจการคนไทย มีความรู้สึกว่า สินค้าจากประเทศจีนที่เข้ามาขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีน จะมีความหลากหลาย และมีราคาถูกกว่าสินค้าที่มีขายอยู่ในปัจจุบันมาก อาจจะถูกแย่งลูกค้าไปหมด และเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการคนไทยแข่งขันสู้ไม่ได้จนต้องปิดกิจการลง

หากพิจารณาถึงทางด้านผู้บริโภค น่าจะถือเป็นข้อดี ตรงที่ว่า ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นที่จะหาซื้อสินค้าเพื่อจับจ่ายใช้สอย และราคาถูกลง

จึงถือได้ว่า การเปิดธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตจีนที่โคราช มีทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน ความจริงแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตจีนที่จะเปิดในโคราช ไม่ได้เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกในประเทศไทย ก่อนหน้านี้เคยมีมาแล้วหลายแห่ง เช่น ย่านถนนบรรทัดทอง ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งที่เที่ยวและทานอาหารของคนรุ่นใหม่ ในกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ การเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตจีน ของนักธุรกิจชาวจีน ยังมีปรากฏให้เห็นในหลายประเทศ ที่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น ประเทศแถบอเมริกาใต้ และประเทศแถบแปซิฟิก

ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย แบบทุนนิยม ที่ยอมรับระบบการแข่งขันแบบเสรีดังนั้น หน่วยงานราชการไทยจะห้าม หรือกีดกันการค้า และธุรกิจที่ลงทุนโดยชาวต่างประเทศโดยตรง และไม่มีเหตุผลไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีกฎหมาย และกฎระเบียบ ที่ควบคุมการประกอบธุรกิจและการลงทุนของชาวต่างประเทศ หากชาวต่างประเทศดำเนินการประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย สามารถกระทำได้ ในทางกลับกัน หากไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมไม่สามารถกระทำได้เช่นกัน

ใช่ว่าหน่วยงานของไทยจะไม่ตระหนักถึงปัญหานี้ หากพิจารณาถึงกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศไทย ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อาทิ

พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ บัญชีสาม (15) การค้าส่ง ซึ่งคนต่างด้าวที่จะประกอบธุรกิจดังกล่าวนี้ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตลอดจนต้องขออนุญาตเพื่อประกอบกิจการในท้องถิ่น เพื่อคุมด้านภาษีในท้องถิ่น (ใบทะเบียนพาณิชย์) รวมถึงการควบคุมด้านภาษีส่วนกลาง (เช่น ใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต)

มาตรการทางภาษีและควบคุมคุณภาพสินค้า ทั้งในรูปแบบการตั้งกำแพงภาษีการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากนอกประเทศในอัตราสูง จำกัดตัวแทนนำเข้าสินค้า จำกัดประเภทสินค้านำเข้าที่ผลิตได้ในประเทศและควบคุมราคาสินค้าชนิดเดียวกันที่นำเข้าให้อยู่ในราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้านำเข้า ให้มีคุณภาพที่ถูกสุขอนามัย และความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคภายในประเทศ (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม/ใบอนุญาตอาหารและยา)

รวมถึงมาตรการด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำหนดให้จะต้องส่งคืนซากสินค้าใช้แล้ว คืนสู่ประเทศผู้ผลิตในสินค้าบางประเภท แม้ประเทศไทยจะมีข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดเขตการค้าเสรีกับประเทศผู้ผลิตสินค้าก็ตาม

มาตรการควบคุมด้านการเงิน กรณีจำกัดจำนวนเงินออกนอกประเทศ ซึ่งเกิดจากรายได้จากการประกอบกิจการขายสินค้าและได้กำไรในสินค้าที่นำเข้า เพื่อหน่วงระยะเวลากระแสเงินหมุนเวียนใช้ภายในประเทศ

มาตรการในการควบคุมการดำเนินการตลาดภายในประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่สกัดปัญหาการระบายสินค้าที่ผลิตเกินจำนวน จนล้นตลาด ณ ประเทศแหล่งที่ผลิต มิให้ทะลักเข้ามาจำหน่ายในประเทศในปริมาณเกินความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ ด้านราคา  (หรือรวมถึงด้านคุณภาพสำหรับสินค้าทางอุตสาหกรรมบางประเภท) หรือป้องกันการทุ่มตลาด โดยประเทศไทยได้จัดให้มี สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มีอำนาจวินิจฉัย และกำหนดโทษตามกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการซึ่งใช้วิธีการแข่งขันทางการอย่างไม่เป็นธรรมได้     

มาตรการจัดระเบียบการประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่ง เป็นกฎหมายลำดับ กฎ (ประกาศกระทรวง/กฎกระทรวง) ที่เกี่ยวกับการห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือ เปลี่ยน การใช้อาคารบางประเภทหรืออาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่ออกตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการค้าปลีกค้าส่งขนาดเล็ก และขนาดกลางที่มีทุนน้อย ซึ่งให้อำนาจกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการพิจารณาควบคุม  โดยตามระเบียบนี้มีบริบทอันเป็นข้อกำหนดรูปแบบ ขนาด อาคารพาณิชยกรรมที่ใช้เป็นกิจการร้านค้าปลีกค้าส่ง รวมถึงเขตพื้นที่ตั้งอาคารให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการคมนาคม

ชาวจีนที่มาประกอบธุรกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน ถือว่าได้เปรียบชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ เพราะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 10-20 ล้านบาท จากรัฐบาลจีนได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เราจะได้เห็นภาพชาวจีนรุ่นใหม่ที่อยู่ในประเทศไทย เดิมเป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่ง ภายในระยะเวลาสั้นสามารถก้าวขึ้นเป็นเถ้าแก่ได้ เพราะเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากรัฐบาลจีน

นอกจากนี้ ในประเทศจีนเองกำลังประสบปัญหา ผลิตสินค้าเกินความต้องการ หรือที่เรียกว่า Over Supply ถึงต้องพยายามระบายสินค้าไปขายในประเทศ ต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย ในราคาที่ถูก ดังนั้นเราจึงได้เห็น กรณีรถไฟฟ้าจากจีน ลดราคาขายลงหลายแสนบาท ภายในระยะเวลาอันสั้น

หากรัฐบาลไทยไม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับ การประกอบธุรกิจของชาวจีนในประเทศไทยอย่างจริงจัง กิจการของคนไทยอีกหลายอย่าง อาจจะค่อยๆ ล้มหายตายจากไป

                                         ……………………………

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น