ดร. รุจิระ บุนนาค
คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ
เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ล้ง” เป็นคำเรียก พ่อค้าคนกลาง ในภาษาจีน สำเนียงแต้จิ๋ว หมายถึงพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรโดยมีโรงคัดแยก, โกดังบรรจุผลไม้ที่รับซื้อเพื่อส่งออกไปขายในตลาดปลายทางส่วนใหญ่เป็นประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดรับซื้อผลไม้รายใหญ่ที่สุดของไทย
ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ ล้งมะพร้าว ที่ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชาวจีน รับซื้อมะพร้าวน้ำหอม จากเกษตรกรชาวไทยในราคาที่ตกต่ำอย่างรุนแรง เหลือเพียงลูกละ 1-2 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเป็นอย่างมาก
การที่ได้มะพร้าวน้ำหอมมาแต่ละลูก ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะมะพร้าว 1 ทะลาย มีมะพร้าวน้ำหอมที่ได้ขนาดเพียงแค่ 1-2 ลูกเท่านั้น ที่เหลือไม่ถือเป็นมะพร้าวน้ำหอม ต้องนำไปใช้อย่างอื่น
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ล้งมะพร้าวส่วนใหญ่ในขณะนี้ เป็นที่ทราบกันว่าเป็นของคนจีน รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรไทยในราคาที่ถูกมาก แต่เมื่อส่งไปขายที่ประเทศจีน กลับมีราคาแพงมีส่วนต่างและได้กำไรอย่างเห็นได้ชัด เป็นการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรไทย
ปัญหาเรื่อง มะพร้าวน้ำหอมราคาถูก และล้งมะพร้าวจีน เป็นปัญหาที่สะสมมาระยะหนึ่งแล้ว และเกิดจากสาเหตุหลายประการ อาทิ
เมื่อตลาดประเทศจีนเริ่มต้องการมะพร้าวน้ำหอม จากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก มะพร้าวน้ำหอมในช่วงนั้นมีราคาดี ทำให้มีเกษตรกรปลูกสวนมะพร้าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนมากเกินไป ไม่มีการควบคุม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการของ 2 กระทรวง ปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดเขตในการเพาะปลูก รวมทั้งการกำหนดปริมาณในการเพาะปลูกหรือการจำกัดจำนวนที่เหมาะสม
เมื่อล้งจีนเริ่มเข้ามาทำธุรกิจล้งมะพร้าวในประเทศไทย ในช่วงแรกให้ราคาดี จนเข้ามาขยายบทบาท และควบคุมตลาด ล้งมะพร้าวจีนบางราย ถึงขนาดเช่าสวนมะพร้าว เพื่อทำสวนมะพร้าวเอง ทั้งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะกิจการด้านเกษตรกรรม เป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยไม่ใช่คนต่างด้าว
คนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งประเทศอื่นๆ จะได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูก ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลประเทศจีน เพื่อให้คนจีนเหล่านั้นเป็นเจ้าของกิจการ หรือเถ้าแก่ในประเทศอื่น การที่คนจีนเหล่านั้นในประเทศไทยได้รับเงินกู้ดอกเบี้ยถูกในวงเงิน 20-30 ล้านบาทเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากจนเกินไป คนจีนหลายคนเริ่มจากการเป็นลูกจ้าง ได้กลายเป็นเจ้าของกิจการหรือเถ้าแก่ได้อย่างรวดเร็ว
กฎหมายในประเทศไทย มีบัญญัติไว้เพื่อใช้บังคับ และแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ แต่กลับไม่ได้รับความสำคัญ เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง เช่น
การที่ล้งมะพร้าวจีน มาตั้งบริษัทประเทศไทย ต้องใช้คนไทยเป็นตัวแทน จึงจะจดทะเบียนเป็นบริษัทไทยและประกอบธุรกิจของคนไทยได้ เพราะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร ตามกฎหมายมีความผิดทั้งคนจีนและคนไทย
คนจีนที่ให้คนไทยถือหุ้นแทน รวมทั้งคนไทยที่ถือหุ้นแทน มีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท และศาลมีอำนาจสั่งให้เลิกกิจการได้ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ต้องโทษปรับวันละ 10,000-50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
การกระทำของล้งมะพร้าวจีน ถือว่า มีอำนาจเหนือตลาด เป็นการผูกขาด เป็นการใช้อำนาจในตลาดโดยมิชอบ ด้วยการกำหนดราคาซื้อ หรือขายสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม ผิดต่อพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ต้องจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีความผิดตามพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้าพ.ศ. 2560 สาธารณชนยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ออกมาแสดงบทบาทและความคิดเห็นอย่างชัดเจน เสมือนหนึ่งมองข้ามประเด็นนี้และกฎหมายนี้
ปัญหาล้งมะพร้าวจีน ถือเป็นแบบอย่าง และปฐมบทของการผูกขาดทางการค้า ที่ล้งอื่นๆ ยังทำอยู่เช่นกัน แต่ยังไม่เป็นข่าว รอวันที่ปัญหาจะปะทุขึ้น และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแก้ไข
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag