ตำรวจถูกสังหาร

ดร.รุจิระ  บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International  Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566

ข่าวสารวัตรตำรวจทางหลวง ถูกสังหารด้วยปืนในงานเลี้ยงของกำนันผู้ทรงอิทธิพลจังหวัดนครปฐม โดยมือปืนซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของกำนัน ได้สร้างความสะเทือนใจ และก่อให้เกิดผลกระทบที่ตามมาเป็นอย่างมาก

ตามข่าวในเบื้องต้น ปมสังหารมีเพียงสารวัตรตำรวจผู้ตายขัดใจไม่ยอมโยกย้ายหลานชายกำนัน จากตำรวจสายตรวจประจำรถตำรวจทางหลวง เป็นสายตรวจจักรยานยนต์ ทางหลวง สารวัตรตำรวจผู้ตายอ้างว่า ไม่สามารถทำได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนปัจจุบันเกษียณไปก่อน เป็นเหตุให้กำนัน ไม่พอใจ จึงสั่งลูกน้องสังหาร ต่อหน้าต่อตานายตำรวจผู้บังคับบัญชาและบรรดาตำรวจกว่า 20 นายที่ถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในคืนวันเกิดเหตุ

คนร้ายได้หลบหนีไปได้ ตำรวจผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล จนต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจหน่วยกองปราบออกไล่ล่าตัวคนร้ายกระทั่งจนมุม และถูกวิสามัญฆาตกรรมในเวลาต่อมา 

กำนันถูกควบคุมตัวในข้อหา เป็นผู้สั่งการให้สังหารสารวัตรตำรวจ  ต่อมานายตำรวจผู้บังคับบัญชาของสารวัตรรู้สึกเสียใจ เครียดและฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา

การสังหารตำรวจอย่างอุกอาจเช่นนี้ สันนิษฐานได้ว่า อาจเกิดจาก 3 กรณี คือ

ประการแรก กระทำไปด้วยความโง่เขลาเบาปัญญาเป็นอย่างยิ่ง ประการที่สอง บ้า หรือเป็นโรคจิตประสาทอย่างรุนแรง ประการที่สาม มึนเมาอย่างหนักจนคุมสติไม่อยู่ ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

การกระทำความผิดที่เกิดขึ้น ผิดวิสัยของการก่ออาชญากรรม เพราะผู้กระทำความผิดในการลอบสังหาร มักจะแอบลอบกระทำความผิด ไม่ลงมือกระทำผิดต่อหน้าคนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย

เป็นไปได้อย่างยิ่งที่ในงานเลี้ยงนี้ ทั้งกำนัน และมือปืนต่างเมามายไม่มีสติกันทั้งคู่ เมื่อกำนัน กล่าวอย่างโกรธแค้นสารวัตรตำรวจ ในทำนองอยากเก็บหรือ อยากฆ่า มือปืนผู้เป็นลูกน้องคนสนิทจึงสนองตอบ และดำเนินการให้ทันที โดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น

หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น ทั้งกำนันและมือปืน ไม่สามารถอ้างเหตุเป็นข้อต่อสู้ให้พ้นผิดได้

ในอดีตที่ผ่านมาในยุคเผด็จการ ผู้มีอำนาจในยุคนั้นได้เคยเรียกผู้ต้องหามาสอบถาม แล้วไม่ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ จึงสั่งลูกน้องว่า ให้นำหมอนี่ไปเก็บ ซึ่งความหมายของผู้มีอำนาจในตอนนั้น มีความหมายเพียงว่า ให้นำคนนั้นกลับไป ห้องขังตามเดิม แต่ลูกน้องต้องการเอาใจนายกลับเข้าใจเป็นว่า ให้นำบุคคลนั้นไปสังหาร ต่อมาไม่เคยมีใครได้พบเห็นบุคคลนั้นอีกต่อไป

กรณีสังหารสารวัตรตำรวจทางหลวง ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปให้ตรวจสอบธุรกิจของกำนัน ซึ่งยิ่งสอบลึก ความจริงที่เปิดเผยออกมา ยิ่งน่าตกใจ โดยเฉพาะ กำนันมีธุรกิจสีเทา เกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างกับทางราชการ มีรถบรรทุกขนาดใหญ่นับ 100 คัน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน ได้ทำสัญญากับทางราชการถึง 1,544 สัญญา มีมูลค่าสูงถึง 7,500 ล้าน บาท แต่ที่ทำสัญญาจริงมีมูลค่าเพียง 6,900 ล้าน บาท

ที่น่าพิศวงอยู่ตรงที่ งานเหล่านั้นเป็นงานประมูลกับทางราชการ หลายงานที่บริษัท ของกำนัน ชนะการประมูล โดยการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า 40% ทำให้ได้งาน แม้จะดูดีว่า ทำให้ทางราชการประหยัดงบประมาณและจ่ายน้อยลง แต่กลับทำให้ได้งานที่ ไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร ภายในระยะเวลาไม่นานต้องซ่อมแซม และจัดประมูลการซ่อมแซมอีก ซึ่งทำให้เสียงบประมาณมากขึ้นโดยไม่จำเป็น

ทำให้มีการสอบสวนในเชิงลึกอีกว่า การที่บริษัทของกำนัน ชนะการประมูลงานกับทางราชการอย่างมากมาย มีการฮั้วการประมูลกันหรือไม่ และมีการข่มขู่ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมประมูลรายอื่นหรือไม่

หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะในเรื่องของการฟอกเงิน และการเสียภาษี ที่มีแนวโน้มว่า ไม่น่าจะถูกต้องทั้งหมด ราวกับปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมมานาน ถูกเปิดเผยออกมา

ปัญหามีว่า ทำไมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจึงไม่ตรวจสอบตั้งแต่แรก ทำไมถึงต้องรอให้สารวัตรตำรวจ ถูกสังหารจนเป็นข่าว จึงระดมตรวจสอบเพื่อหาการกระทำความผิด

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น