แชทจนเลิกจ้าง
ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 27 มีนาคม 2558
ดร. รุจิระ บุนนาค
27 มีนาคม 2558

ในยุคปัจจุบันการติดต่อสื่อสารมีความสะดวกรวดเร็ว สังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Gtalk, Line, Facebook สามารถย่อโลกให้เล็กลง การรู้จักใช้สื่อออนไลน์อย่างถูกวิธีก็นับว่ามีประโยชน์ สำหรับแต่ละคนมากน้อยต่างกัน แต่หากใช้อย่างไม่มีสติก็อาจเกิดผลในทางลบ บางคนถึงขั้นเสพติดเล่นได้ทั้งวันไม่สนใจโลกภายนอก และให้เวลากับสังคมออนไลน์มากกว่าครอบครัว การศึกษา หรือหน้าที่การงาน

สำหรับบรรดาลูกจ้างเอกชนที่ชอบใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงส่วนตัวในเวลางาน โดยไม่สนใจหรือรับผิดชอบหน้าที่ของตน ควรต้องตระหนักมากขึ้นและควรเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557 โจทก์เป็นพนักงาน ฟ้องนายจ้างเป็นจำเลยว่าไล่ออกเนื่องจากการเล่นอินเทอร์เน็ตและแชต เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาพิพากษาว่า ในระหว่างเวลาทำงาน โจทก์เล่นเน็ตพูดคุย และส่งข้อความในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมงก็มี ถือว่าโจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยไปในเรื่องไม่เกี่ยวกับงาน กรณีเช่นนี้เป็นการกระทำอื่นอันไม่สมควรแก่การปฎิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และการที่โจทก์ใช้เวลางานของจำเลยทำเรื่องส่วนตัวย่อมทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ลูกจ้างตามฎีกานี้ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของนายจ้างเล่นอินเทอร์เน็ตพูดคุยและส่งข้อความในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน แต่ละวันเป็นเวลาหลายชั่วโมง จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย นายจ้างจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (เงินเดือนหนึ่งเดือน) และค่าชดเชย
โดยปกติเมื่อนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง โดยที่ลูกจ้างไม่ได้ทำความผิดแต่ประการใด นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง มากน้อยแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงาน (แต่ลูกจ้างต้องทำงานอย่างต่ำสามเดือน) และต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

นายจ้างมีสิทธิที่ไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ในกรณีลูกจ้าง (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง (2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด (5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร (6) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในกรณีที่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

การแชทในเวลาทำงานในปัจจุบันไม่ใช่แต่เพียงพนักงานบริษัทเอกชน สังคมออนไลน์ยังแพร่ไปไม่เว้นแต่ข้าราชการ ข้าราชการบางคนใช้เวลาในหน้าที่ เพื่อความบันเทิงส่วนตัวผ่านทางสังคมออนไลน์เช่นกัน จนอธิบดีกรมการปกครองต้องออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท.0304/ว 1515 ลงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2558 ไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อกำหนดแนวทางในการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสารของทางราชการกรมการปกครอง โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ คือ (1) ให้บุคลากรกรมการปกครองใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารของทางราชการเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น (2) ห้ามมิให้ใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารของทางราชการไปใช้ในทางส่วนตัวที่ใช้โปรแกรมเกี่ยวกับสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Line (3) ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นควบคุมดูแลการใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารของทางราชการของบุคลากรกรมการปกครอง ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีบุคลากรกระทำความผิด จะถือเป็นความบกพร่องของผู้บังคับบัญชาด้วย

การออกหนังสือลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้กรมการปกครองได้ออกหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง “มาตรการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต” โดยระงับการเข้าถึง เว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดข้อมูลภาพและเสียงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน เช่น www.facebook.com ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2555 เป็นต้นไป ในช่วงระหว่างเวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.

การใช้อินเทอร์เน็ตแม้จะใช้ผ่านทางเครื่องมือหรืออุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวของลูกจ้าง แต่หากเป็นการเบียดบังเวลาทำงานจนทำให้หน้าที่การงานเสียและนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ถือว่ามีความผิดที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

อย่างไรก็ตาม สื่อออนไลน์ได้มีส่วนช่วยให้การติดต่อสื่อสารในยุคปัจจุบันเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น หากบางครั้งลูกจ้างอาจใช้เวลางานบนสังคมออนไลน์บ้าง และไม่ถึงขนาดทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย นายจ้างก็ไม่ควรเอามาเป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายจ้างควรพิจารณาเป็นกรณีๆไป หากนายจ้างพิจารณาเห็นว่าลูกจ้างไม่มีความตั้งใจและไม่เอาใจใส่ต่อหน้าที่การงาน และอาจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย นายจ้างควรหาทางออกโดยทำเป็นหนังสือแจ้งให้ลูกจ้างทราบ เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างได้

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น