ความขัดแย้งเขตแดน ไทย-กัมพูชา

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568

 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา เกิดการปะทะกำลังระหว่างทหารฝ่ายไทยและกัมพูชาบริเวณ “ช่องบก” ซึ่งเป็นแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี ของไทย คนท้องถิ่นรู้จักกันในนาม “สามเหลี่ยมมรกต” (Emerald Triangle)

กองกำลังของฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนไทย เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิตหนึ่งนาย เหตุการณ์นี้ทำให้ไฟแห่งความขัดแย้ง ที่ดูราวจะสงบลงชั่วคราว แต่ยังคุกรุ่น

อยู่ ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมาอีก ในช่วงที่รัฐบาลไทยยังมีความสับสนวุ่นวาย กับกระแสข่าวการปรับ “คณะรัฐมนตรี”

ฝ่ายผู้นำระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ยังคงความคิดฝังใจว่า อาณาเขตบริเวณดังกล่าว เป็นอาณาเขตของกัมพูชา พาดผ่านไปตลอดแนวชายแดนที่เป็นตะเข็บรอยต่อระหว่างไทย-กัมพูชาอันเป็นที่ตั้งของโบราณสถานในยุคอาณาจักรขอมรุ่งเรืองมาแต่ครั้งในอดีตกาล คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย  (เขต จ.สุรินทร์) รวมถึงพื้นที่มอมเบยนี้ด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต เขตไทย กัมพูชาและลาว 

การยึดถืออาณาเขตประเทศทั้งไทยและกัมพูชา ที่ระบุใน “แผนที่อาณาเขตประเทศ” ที่มีระดับมาตราส่วนต่างกัน ผู้จัดทำแผนที่คือ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมกัมพูชา นำมาซึ่งความขัดแย้งเป็นคดีระหว่างประเทศขึ้นสู่กระบวนพิจารณาของศาลโลก ใน “คดีเขาพระวิหาร” (ข้อพิพาทเฉพาะคดีนี้ทั้งกัมพูชาและไทย ถูกบังคับให้ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลก)

ศาลโลกได้ชี้ขาดให้เป็นพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชา แม้ภูมิประเทศอันเป็นที่ตั้งของตัวปราสาท เป็นเนินเขา มีทางขึ้นสู่ตัวปราสาทอยู่ในพื้นที่เขตฝั่งไทย และทางฝั่งกัมพูชาเป็นหน้าผาสูงชัน

คำชี้ขาดของศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร ราวจะสร้างความมั่นใจให้แก่รัฐบาลกัมพูชา ในความมีน้ำหนักของความเชื่อถือทั้งด้านข้ออ้าง การข่าวประชาสัมพันธ์ ที่จะอ้างเพื่อเรียกร้องสิทธิในพื้นที่ปราสาทหินทั้งสามหลังและพื้นที่เขตสามเหลี่ยมมรกตว่า อยู่เขตดินแดนของประเทศกัมพูชา ตามความเชื่อของตนเอง และอาจลุกลามรวมไปถึงพื้นที่เกาะกูด

ท่าทีรัฐบาลกัมพูชา ไม่นิ่ง เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันแข็งกร้าว ยื่นคำขาด ในขณะที่รัฐบาลไทยมีท่าทีอ่อนข้อ จนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความใกล้ชิดสนิทสนมกับรัฐบาลกัมพูชาเกินปกติจากเหตุขัดแย้งที่ช่องบก

กำหนดการนัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission-JBC) ในวันที่ 14 มิ.ย.2568 รัฐบาลไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน ยืนยันไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลก (ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ) โดยจะใช้กลไกการเจรจายุติข้อพิพาทที่ไทยมีความตกลงร่วมกับประเทศกัมพูชาแทน พร้อมทั้งเริ่มปฏิบัติตามมาตรการตอบโต้ท่าทีที่แข็งกร้าวของฝ่ายกัมพูชาด้วยการลดระยะเวลาการเปิด-ปิดด่านพรมแดนการติดต่อและการค้าและกักกันควบคุมสินค้าผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชาทุกช่องทาง 

ระยะแรกกำหนดระยะเวลาเปิดด่านให้สั้นลง และลดระยะเวลาพำนักของชาวกัมพูชาในประเทศไทยชั่วคราวเหลือเพียงไม่เกิน 7 วัน กักกันควบคุม ปริมาณสินค้า (รวมถึงจำกัดสินค้าอุปโภค-บริโภคบางรายการที่ถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการตลาด) อย่างเข้มงวดที่จะผ่านจากประเทศไทยเข้าไปจำหน่ายในประเทศกัมพูชา  มาตรการดังกล่าวทำให้ท่าทีแข็งกร้าวของฝ่ายกัมพูชาอ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ  

การไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลกนั้น เป็นสิทธิของแต่ประเทศภายใต้ภาคีสมาชิกองค์กรสหประชาชาติสามารถเลือกที่จะกระทำได้  มิได้เป็นการบังคับให้ทุกประเทศต้องยอมรับ ในการนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลโลกทุกข้อพิพาท  ศาลโลกจะมีเขตอำนาจเหนือคดีข้อพิพาทใด  คู่ภาคีพิพาทแต่ละฝ่ายต้องยินยอม หรือไม่มีกลไกระงับข้อพิพาทอื่นในการระงับข้อพิพาท

กลไกการเจรจายุติข้อพิพาทที่รัฐบาลไทยมีความตกลงร่วมกับประเทศกัมพูชา คือ กลไกตามบริบทของ MOU 43 และกลไกทวิภาคี คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา

กลไกตามบริบทของ MOU 43 คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก มิใช่การกำหนดเขตแดนขึ้นมาใหม่ แต่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชาที่ว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการ ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้ชัดเจนและถูกต้องตามเอกสารทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศที่เคยมีมาแต่เดิม (ไทยและกัมพูชาบรรลุความตกลงนี้ในช่วงปลายสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย)

ส่วนกลไกทวิภาคี JBC หรือ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา ที่จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นกลไกทวิภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาการกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างไทยและกัมพูชา มีหน้าที่เจรจา สำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างกัน โดยเน้นการเจรจาอย่างสันติและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง นับเป็นความร่วมมือด้านเขตแดน ภายใต้ในคณะกรรมาธิการนี้ มีทำงานย่อยแบ่งตามหน้าที่อีก 2 คณะ คือ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ทำหน้าที่เจรจาวางแนวทางแก้ปัญหาขัดแย้ง นำโดยผู้นำระดับรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองฝ่าย  โดยจะเป็นการประชุมประจำปี ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC) ทำหน้าที่เจรจาวางแนวทางแก้ปัญหาขัดแย้งระดับท้องถิ่น นำโดยผู้นำทางทหารในระดับแม่ทัพภาคที่ดูแลความปลอดภัยในเขตต่างๆ

ที่ผ่านมาในสายตาของเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินเกมหรือการให้ข่าว เหมือนกับว่า ไทยตามหลังกัมพูชาอยู่1 ก้าวตลอด รัฐบาลต้องปรับท่าทีใหม่ให้ทันเกมมากกว่านี้แม้ว่าไทยอาจจะขาดประโยชน์จากการขายสินค้า ให้แก่กัมพูชาไปบ้างในช่วงนี้ ต้องอดทน มิเช่นนั้นในอนาคตประเทศไทยโดยรวมจะเสียหายและขาดประโยชน์มากกว่า

การที่กัมพูชามีท่าทีแข็งกร้าวต่อไทยเรื่องปัญหาชายแดน อย่างน้อยทำให้คนไทยเกิดความรัก ความสามัคคี และความรักชาติ ตลอดจนเห็นความสำคัญของทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น