ดร. รุจิระ บุนนาค
คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ
เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อก่อนเที่ยงคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 มีผู้เสียชีวิต31 ศพ บาดเจ็บ 59 ราย ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ และนำไปสู่การตื่นตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงในประเทศไทยอีกครั้ง
สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดานบริเวณหน้าเวที ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้าเหตุเพลิงไหม้ กระแสไฟฟ้าเริ่มตกและสะดุด มีกลิ่นไหม้ ซึ่งตรงกับคำให้การของพยานหลายคนในที่เกิดเหตุ กรณีนี้ เจ้าของกิจการจะอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้
โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขออนุญาตเปิดกิจการเป็นแบบ ร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง และไม่ถือเป็นสถานบริการ การควบคุมการประกอบกิจการ จึงเป็นไปอย่างไม่เคร่งครัด เช่นไม่มีสปริงเกอร์ (Sprinkler) หรือน้ำพ่นออกมาจากฝ้าเพดานเมื่อเกิดเพลิงไหม้,วัสดุที่กันเสียง ไม่ได้ถูกบังคับให้ใช้เป็นวัสดุที่กันไฟ
ทั้งที่ความเป็นจริง การประกอบกิจการของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวมีลักษณะเป็นสถานบริการมากกว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก ที่มีดนตรีแสดงตามที่ขออนุญาต และได้รับอนุญาต
ผู้ที่เคยใช้บริการโรงเบียร์ณ ลาดพร้าวแห่งนี้ ได้กล่าวตรงกันว่า เพดานเตี้ยมาก และมีผู้ใช้บริการหนาแน่นมาก โต๊ะแต่ละโต๊ะเมื่อวางเก้าอี้แล้ว แทบจะหันหลังเก้าอี้ชนกัน
เมื่อเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์นี้ คนที่หนีออกไม่ทัน ไม่ทราบว่าจะหนีไปทางไหน เพราะประตูฉุกเฉินไม่ได้ติดป้ายแบบสะท้อนแสงที่ชัดเจน ทั้งอยู่ในตำแหน่งที่หลบซ่อน มีโต๊ะขายของวางกั้นอยู่ และยังปิดล็อกอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันไม่ให้ผู้ที่มาเที่ยวหนีกลับโดยไม่ชำระเงินค่าบริการ
ความสูญเสียที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าเกิดจากความประมาทอย่างร้ายแรงของเจ้าของกิจการ และส่วนหนึ่งเกิดจากความประมาทของหน่วยราชการที่ขาดการตรวจสอบ สอดส่อง อย่างจริงจัง
หากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโรงเบียร์แห่งนี้อาจพบการก่อสร้างและต่อเติมที่ไม่ถูกต้อง และไม่ขออนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งจะเป็นประเด็น ในเรื่องความรับผิดของเจ้าของกิจการและ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
ในประเด็นเรื่องการแบ่งเขตกิจการ หรือ โซนนิ่ง (Zoning) ในปัจจุบันนับว่าเป็นปัญหามาก เพราะตามกฎหมาย สถานบริการจะต้องอยู่ห่างจาก วัด และโรงเรียน อย่างน้อย 2 กิโลเมตร ซึ่งในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้ยากยิ่ง จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ดิ้นรนหรือหาวิธีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างอื่นแทน เช่น ร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง ทั้งที่ในทางความเป็นจริงประกอบกิจการเป็นสถานบริการ จึงทำให้มีผลต่อการใช้วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนการก่อสร้าง ไม่ได้เป็นแบบที่เข้มงวดตามที่กำหนดสำหรับสถานบริการ และเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
หากถอดบทเรียน โศกนาฏกรรมซานติก้าผับที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเมื่อ พ.ศ. 2551 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 67 ศพ และบาดเจ็บ 229 คน หลายคนได้กลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
กรณีซานติก้าผับ เสี่ยขาว เจ้าของกิจการถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกในคดีอาญา 3 ปี ไม่รอลงอาญาในข้อหาประมาททำให้คนอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ แต่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รับเงินค่าเสียหายจากเสี่ยขาวน้อยมาก เพราะเสี่ยขาวได้อ้างเหตุและเงื่อนไขต่างๆ มากมาย
อย่างไรก็ตาม กรณีโศกนาฏกรรมซานติก้าผับนี้ ยังนับว่ามีโชคอยู่บ้าง เมื่อศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อพ.ศ. 2559 พิพากษาให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ในอัตรา 25% ของค่าเสียหายทั้งหมด เพราะเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประมาทปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่
จากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนี้ ทำให้บรรดาผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินค่าเสียหายที่แน่นอน เพราะ กทม. เป็นหน่วยงานราชการที่มีตัวตน และไม่หนีไปไหน แม้จะได้เพียง 25% ของค่าเสียหายทั้งหมดก็ตาม แต่ก็นับว่ายังนำมาใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้พอสมควร
ย้อนกลับมากรณี โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กงล้อประวัติศาสตร์ ได้หมุนย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะเรียกร้องจากเจ้าของกิจการได้หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ แต่นับว่าเป็นคำตอบที่ค่อนข้างเลือนลาง เพราะแม้ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับผิดชดใช้ แต่พอถึงเวลาจะต้องชดใช้จริง เจ้าของกิจการอาจจะมีข้ออ้างสารพัด
ในส่วนของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบกรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ หากประกอบกิจการจริงเป็นสถานบริการ แต่ได้รับใบอนุญาตเป็นร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง การตรวจสอบควบคุมดูแล จะถือว่าประมาทหรือไม่, ทางหนีไฟ ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่, การก่อสร้างการต่อเติมอาคารเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่, อัตราส่วนพื้นที่ต่อคน หรือความหนาแน่นของผู้ใช้บริการในสถานที่ 0.5-1 ตารางเมตรต่อคน เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
หากหน่วยราชการเป็นผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเสียเอง ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตควรที่จะเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วย
โศกนาฏกรรมซานติก้าผับ ในการเรียกค่าเสียหาย สามารถถอดรหัสมาใช้กับกรณี โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวได้เช่นกัน
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag