ยิ่งลักษณ์ กับความผิดจำนำข้าว

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

        เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาว่า คำสั่งกระทรวงการคลังที่เรียกค่าเสียหายจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. มีความรับผิดต้องชดใช้ตามคำสั่งของกระทรวงการคลัง (เป็นคำสั่งทางปกครอง) เป็นเงิน 10,028 ล้านบาท จากจำนวนเงิน 35,717,273,028.23 บาท ตามคำสั่งเดิมของกระทรวงการคลัง ที่มีคำสั่งให้ชดใช้ความเสียหายการระบายข้าว ด้วยวิธีขายแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งมีที่มาว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทราบปัญหาการทุจริตแล้ว แต่ไม่ได้มีการติดตามกำกับดูแล จึงมีพฤติการณ์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่

        ความเป็นมาแต่เดิม โครงการจำนำข้าวเป็นนโยบายหาเสียงหลักของพรรคเพื่อไทย โดย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554

        แม้มีชื่อเป็นการรับจำนำข้าว แต่ความจริงแล้ว เป็นการซื้อข้าวจากชาวนาในลักษณะแทรกแซงราคาตลาดในขณะนั้น โดยรับซื้อข้าวจากชาวนาสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 50% แบบไม่จำกัดโควตาและจำนวน ลักษณะในการช่วยเหลือชาวนา

        เมื่อเริ่มดำเนินการ ความทุจริตได้เกิดขึ้นมากมาย เช่น ข้าวที่นำมาขายตามโครงการรับจำนำ บางส่วนเป็นข้าวจากต่างประเทศ ที่ซื้อมาในราคาถูก แล้วมาขาย หรือจำนำตามโครงการนี้ราคาแพง ข้าวบางส่วนในประเทศ ได้ถูกนำมาหมุนเวียนมาขายหรือจำนำกับทางราชการหลายรอบ

       รัฐบาลรับซื้อข้าวในราคาแพง แต่กลับขายได้ในราคาที่ถูกมากเกินไปข้าวส่วนใหญ่ขายไม่ได้ ค้างอยู่ในโกดัง จนเกิดความเสียหายจากโครงการจำนำข้าวเป็นมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมาในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา ได้ประเมินความเสียหายอีกครั้ง เป็น 600,000 ล้านบาทเศษ

        มีนักการเมืองและข้าราชการประจำ ถูกดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการกระทำความผิดในโครงการจำนำข้าว และได้รับโทษหลายคน

        นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และประธาน กขช. ไม่ได้ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาทุจริตเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว แต่ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการที่รัฐบาลไทยขายข้าวให้รัฐบาลจีน แบบจีทูจี (G to G หรือ Government to Government)

        การขายข้าวแบบจีทูจีดังกล่าว รัฐบาลไทยไม่ได้ทำสัญญากับรัฐบาลจีนโดยตรง แต่กลับทำสัญญากับบริษัทจีนที่อ้างตนว่า เป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน ทั้งที่ไม่ได้เป็นตัวแทนจริง และขายข้าวในราคาต่ำกว่าราคาตลาดมาก จนเกิดความเสียหาย

        กรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ได้ทำหนังสือแจ้งเตือน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ใช้ความระวัง แต่กลับไม่มีคำสั่งกำกับดูแลไม่ให้ความสนใจ ถือเป็นความประมาท จึงมีความผิดอาญาตามกฎหมายฐานละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง มีโทษจำคุก 5 ปี แต่ไม่มาฟังคำพิพากษา หลบหนีไปต่างประเทศ

          ในส่วนความรับผิดทางแพ่ง กระทรวงการคลังในยุคต่อมา ได้มีคำสั่งทางการปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ความผิดในกรณีความเสียหายจากการขายข้าวแบบจีทูจี เป็นเงินจำนวน 35,717,273,028.23 บาท

            เป็นเหตุให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสามี ฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังดังกล่าว ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า ตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ต้องรับผิดและเป็นฝ่ายชนะคดี

          กระทรวงการคลังได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดและมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับผิดชอบเกินกว่า 10,028 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ความรับผิดตามคำสั่งของกระทรวงการคลังเพียง 10,028 ล้านบาท

        ที่มาของความรับผิดราคาข้าวที่ขายแบบจีทูจี ต่ำกว่าราคาตลาด เกิดความเสียหายจาก 4 สัญญา เป็นเงินจำนวน 20,057 ล้านบาท ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องรับผิดชอบชดใช้ครึ่งหนึ่งของความเสียหาย ตามคำสั่งกระทรวงการคลัง จึงเป็นเงินจำนวน 10,028 ล้านบาท

       ต่อมาได้มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ข้าวในโครงการจำนำข้าว หากขายได้เป็นเงินสูงกว่าความรับผิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 10,028 ล้านบาท นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่ต้องรับผิด

          ความเห็นดังกล่าว เป็นความเห็นที่มองข้ามความเสียหายทั้งหมดที่มีอยู่ถึงประมาณ 600,000 ล้านบาท ซึ่งหากขายข้าวที่จำนำได้จริง อย่างไรก็ไม่พอชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ดี

           ปัญหาที่น่าจับตามองอยู่ตรงที่รัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้กำกับนโยบายของกระทรวงการคลัง มาจากพรรคการเมืองที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างมากจะมีความกล้าหาญบังคับให้ต้องรับผิดตามคำสั่งทางปกครอง หรือจะเพิกเฉยโดยไม่ดำเนินการอย่างใดต่อ

ดร.รุจิระ บุนนาค

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น