รถไฟชนรถเมล์…..ไอ้โม่งที่คนลืม

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เมื่อเวลา 15.41 น. วันที่ 16 พ.ค.2569  ได้เกิดเหตุรถไฟสินค้าขบวน 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ) เฉี่ยวชนรถเมล์สาย 206  (บางนา-บางเขน) บริเวณแยกอโศก-ดินแดง บริเวณใต้ทางรถไฟยกระดับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์จนเกิดเพลิงลุกไหม้ เสียชีวิต 8 ศพบาดเจ็บ 30 คน รวมคนขับรถเมล์ นับเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจระดับชาติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างฉับไว และได้แสดงความเห็นว่า เป็นความประมาทร่วมทั้งสองฝ่ายของพนักงานขับรถไฟและพนักงานขับรถเมล์ เป็นความผิดในข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อมาท่านยังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นได้สะสมมานานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรับเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหานี้ คำพูดดังกล่าว ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูหล่อมากในสายตาของประชาชน

จุดตัดทางรถไฟกับถนนในกรุงเทพมหานครมีหลายจุด แต่เดิมเมื่อหลายสิบปีก่อน จุดตัดเหล่านี้ถือว่าอยู่นอกเมือง จึงไม่เป็นอันตราย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญของเมืองได้ขยายออกไปทุกด้าน จุดตัดดังกล่าวจึงอยู่ใจกลางเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยไม่มีแผนการแก้ไขหรือปรับปรุงอย่างจริงจังมาโดยตลอด

ผู้ที่ผ่านสัญจรบนถนนที่มีจุดตัดรถไฟ ทุกคนเห็นภาพชินตาจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ที่รถจอดบริเวณจุดตัดบนรางรถไฟ รวมทั้งในกรอบสีเหลืองที่เป็นเส้นทแยงจนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ใครๆ ก็ทำกัน

ตรงจุดตัด จะมีไม้กั้นถนนเมื่อรถไฟแล่นผ่าน และมีกรอบสีเหลืองที่เป็นเส้นทแยง ที่เป็นสัญญาณจราจรแสดงว่า รถที่จอดรอให้รถไฟแล่นผ่าน ต้องจอดห่างจากกรอบสีเหลืองที่เป็นเส้นทแยง ตามกฎจราจรและเพื่อความปลอดภัย จนกว่ารถไฟแล่นผ่านไปแล้ว ไม้กั้นถนนยกขึ้นแล้ว รถจึงจะแล่นผ่านสัญจรไปได้ตามปกติ

ความรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายจะเป็นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ร่วมกับพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยพิจารณาจากความประมาทและสิทธิในการใช้ทางเป็นหลัก

กฎหมายพิจารณาถึงความรับผิดชอบ โดยพิจารณาที่สิทธิการใช้ทาง ทางรถไฟมีสิทธิเหนือกว่า ตามหลักการเดินรถขบวนรถไฟต้องวิ่งบนรางซึ่งเป็นทางเฉพาะ จึงมีสิทธิใช้ทางก่อนยานพาหนะอื่น หากผู้ขับขี่รถยนต์ฝ่าฝืนเครื่องกั้นหรือขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ถือเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเสียหาย ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 63 กรณีมีเครื่องกั้น  เมื่อสัญญาณเตือนทำงานหรือเครื่องกั้นกำลังปิด ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ห่างจากรางไม่น้อยกว่า 5 เมตร ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด กรณีไม่มีเครื่องกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและหยุดรถในระยะที่ปลอดภัย เพื่อมองซ้าย-ขวาให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟกำลังแล่นมา

อุบัติเหตุในครั้งนี้ พนักงานที่ควบคุมไม้กั้นถนน ตรงจุดตัดรถไฟ ได้โบกธงแดงเตือนพนักงานขับรถไฟเพราะมีรถจอดขวางรางรถไฟและไม้กั้นถนนไม่สามารถนำเอาลงได้ แต่เป็นการเตือนในระยะกระชั้นชิด พนักงานขับรถไฟมีระยะเบรกเพียงแค่ 100 เมตร ในขณะที่ขบวนรถไฟ เป็นรถบรรทุกสินค้ามีน้ำหนักรวมกว่า 1,000 ตัน มีแรงเฉื่อยสูง อย่างไรเสียไม่มีโอกาสที่จะเบรกทัน

เจ้าหน้าที่สหภาพรถไฟ ให้ความเห็นว่า การเบรกรถไฟในสภาพนี้ ต้องใช้ระยะห่าง 200 เมตร ในขณะที่อธิบดีกรมขนส่งทางราง หรือเรียกกันว่า อธิบดีกรมราง ให้ความเห็นว่า ต้องใช้ระยะห่างในการเบรกถึง2 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น ผลการตรวจปัสสาวะของพนักงานขับรถไฟพบว่า ได้เสพสารเสพติด จึงกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเองว่า ประมาทด้วยเช่นกัน

หากกล่าวถึงประเด็นประมาท ต้องพิจารณาถึงปัญหาในเชิงนโยบาย เพราะผู้บริหารประเทศหลายยุคหลายสมัยมองข้ามปัญหานี้ และไม่ได้วางแผนแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ถือได้ว่าบรรดาผู้บริหารประเทศเหล่านั้นประมาทด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ในพื้นที่เกิดเหตุ ต้องตอบคำถามคาใจของประชาชนให้ได้ว่า ทำไมจึงไม่เข้มงวดและรักษากฎจราจรบนถนนตรงจุดรถไฟอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถที่จอดค้างบนรางรถไฟ และกรอบสีเหลืองที่เป็นเส้นทแยง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเป็นโศกนาฏกรรมในที่สุด

การที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รีบออกตัวให้ความเห็น ในเรื่องประมาทร่วมของพนักงานขับรถไฟและรถเมล์ ตอบรับเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาที่สะสมมานาน หรือเพียงเพราะจะกลบเกลื่อนประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเองก็ประมาทร่วมเช่นกันในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตน

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น