โซลาร์รูฟท็อป ภาคประชาชน คุ้มค่าจริงหรือ?

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่  25  กันยายน  พ.ศ. 2569

                 คนจำนวนไม่น้อยตั้งตารอ โครงการ โซลาร์เซลล์รูฟท็อป ภาคประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลในการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาด (Green Energy) จากพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้าน เพื่อลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในระยะยาว หากผลิตเหลือสามารถขายให้การไฟฟ้าได้ เป็นกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนด้านพลังงานทดแทน โดยภาครัฐ

                 มาตรการนี้จะเป็นรูปแบบวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาล เริ่มต้นที่ 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ ขนาดมาตรฐานประมาณ 5 กิโลวัตต์ ที่สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาบ้าน หรือบนพื้นดินตามความเหมาะสมของพื้นที่

                 เป้าหมายโครงการ วางกรอบ เบื้องต้นไว้ที่ 1 ล้านสิทธิและอาจขยายเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ใช้วงเงินงบประมาณรวม 50,000 ล้านบาท

                 รัฐบาลได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยลดภาระการใช้เงินก้อน ใช้แนวคิดนำรายได้จากการผลิตและขาย,กระแสไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้า มาหักลบเป็นค่างวดสินเชื่อในแต่ละเดือน

                 ในส่วนของการจ่ายเงินอุดหนุน รัฐจะดำเนินการโอนเงินอุดหนุนให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติ หลังจากที่การไฟฟ้าตรวจสอบและเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าเสร็จสิ้นจริงแล้ว เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย

                  กระทรวงการคลังมีแผนเตรียมเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ และต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2570

                  ทุกอย่างตามที่รัฐบาลแถลงและให้ข่าว ดูดีหมด น่าลงทุนแต่สิ่งที่ดูดีนั้น ยังก้าวข้ามข้อเท็จจริงที่สำคัญ ซึ่งประชาชนผู้สนใจควรจะทราบก่อนจะลงทุนในโครงการนี้อีกหลายประการ  เช่น แม้ว่ารัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนหรือให้เปล่าเป็นช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 50,000 บาท แต่ราคาอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ตามโครงการ จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาท หรืออาจจะสูงกว่านั้นแล้วแต่คุณภาพ ซึ่งหมายความว่า ส่วนที่เกิน 50,000 บาท แต่ละครัวเรือนจะต้องรับผิดชอบจ่ายเอง

                     รูปแบบของโครงการที่ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ หากผลิตเกินจากที่ใช้ มีโอกาสขายคืนให้การไฟฟ้า ไม่ใช่รูปแบบใหม่ เป็นรูปแบบที่ใช้กับภาคอุตสาหกรรมมาแล้ว เพียงแต่ปรับมาใช้กับครัวเรือน ในรูปแบบที่เล็กลง

                      ที่ผ่านมา เคยเกิดปัญหาบางประการโดยเฉพาะในกรณีที่ โรงงานในภาคอุตสาหกรรมบางแห่ง คาดการณ์ว่า จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แล้วประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้ถึง 30% จะทำให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนเกี่ยวกับอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนเมื่อกล่าวถึงภาคอุตสาหกรรม มูลค่าของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ย่อมต้องสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และตามสัดส่วนของกิจการ

                    ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ โรงงานหลายแห่ง ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ได้ และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 30% ตามที่ตั้งเป้าหมาย ทำให้เกิดความไม่คุ้มค่ากับมูลค่าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ลงทุนไปแล้ว

                    เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว และย้อนกลับมาถึงโครงการโซลาร์เซลล์รูฟท็อป ภาคประชาชน หากรัฐบาลชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการใหญ่ รัฐบาลควรที่จะคำนวณถึง จุดคุ้มทุน (Break-Event Point :BEP) ที่ ชัดเจนว่า ตัวเลขของจุดคุ้มทุน ที่จะช่วยให้ครัวเรือนประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง เป็นตัวเลขในอัตราที่เท่าใด ไม่ว่ากำลังการผลิตที่ควรจะผลิตได้ โอกาสที่จะผลิตได้จริง ระยะเวลาในการใช้อุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกำไรขาดทุนในความเป็นไปได้จริงหากเข้าร่วมโครงการ

                      นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือและร่วมมือในการสำรวจสภาพความแข็งแรงของหลังคาบ้าน ตลอดจนพื้นที่หลังคาที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ว่า สามารถจะดำเนินการได้จริงหรือไม่ เพื่อเตรียมข้อมูลไว้ประกอบการคำนวณความคุ้มค่าเมื่อโครงการเปิดให้ลงทะเบียนจริง

                       การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อช่วยให้ครัวเรือนไทยประหยัดค่าไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคผ่านระบบสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ จะต้องอาศัย ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบเชื่อมต่อสายส่ง (Grid-Tied หรือ On-Grid System) กำลังการผลิต ขนาด 5 กิโลวัตต์ (KW) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ราคาแพง เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป โดยเน้นผลิตไฟฟ้าใช้เองในเวลากลางวัน และคาดการณ์ว่าจะช่วยลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้า ได้เฉลี่ยประมาณ 3,000-6,000 บาทต่อเดือน หรือไม่ เพื่อคำนวณจุดคุ้มทุน

                      การเข้าร่วมโครงการอุดหนุนของรัฐ อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดตั้งแต่แผง อินเวอร์เตอร์ ไปจนถึงระบบป้องกัน จะต้องผ่านเกณฑ์รายชื่ออุปกรณ์ที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยอมรับและประกาศขึ้นทะเบียนไว้เท่านั้น เพื่อให้สามารถยื่นขออนุญาตขนานไฟ (เชื่อมต่อกับโครงข่ายการไฟฟ้า) ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

                       ในประเด็นโซลาร์เซลล์ เจ้าของบ้านยังต้องเผื่องบประมาณ หากจำเป็นต้องเสริมโครงสร้างหรือซ่อมแซมหลังคา ในกรณีสภาพหลังคาเดิมเก่า กระเบื้องแตกหักง่าย หรือต้องทำโครงสร้างเหล็กยกสูง (Roof Mounting / Ground Mount) อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มราว 10,000 – 30,000 บาท

                        การอัปเกรดเป็นระบบ Hybrid (มีแบตเตอรี่สำรองไฟยามฉุกเฉิน) : หากต้องการเพิ่มแบตเตอรี่เก็บพลังงานไว้ใช้ตอนไฟดับ ราคาจะขยับสูงขึ้นไปอยู่ที่ราว 150,000 – 170,000 บาทขึ้นไป (เนื่องจากแบตเตอรี่มีต้นทุนค่อนข้างสูง)

                        โครงการโซลาร์เซลล์รูฟท็อป ภาคประชาชน แม้ภาพลักษณ์ดูดีมาก แต่ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง ที่รอรัฐบาลให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจเข้าร่วมโครงการอย่างจริงจัง

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น