บริการรถสาธารณะผ่านแอป

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568

 บริการรถสาธารณะผ่านแอป มีในประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว ตอบโจทย์และความต้องการของคนรุ่นใหม่

แต่เดิมบริการรถสาธารณะ ผ่านแอป เป็นสิ่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ และหากตีความโดยเคร่งครัด ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งผู้คนที่ใช้บริการต่างมีข้อสงสัยอยู่ในใจว่า หากเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วทำไมจึงมีบริการรถสาธารณะผ่านแอป จนเป็นเรื่องปกติธรรมดา และเป็นวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่

ความแตกต่างที่สำคัญ ระหว่างการใช้บริการรถแท็กซี่ และเรียกรถบริการผ่านแอป อยู่ตรงที่ว่า เวลาเรียกรถแท็กซี่ ผู้ใช้บริการจะ ยืนโบกรถ หรือเรียกรถอยู่ข้างถนน (ปัจจุบันไม่มีศูนย์บริการเรียกรถแท็กซี่ผ่านโทรศัพท์แล้ว) ซึ่งในเวลาชั่วโมงเร่งด่วน บางครั้งเรียกรถแท็กซี่ได้หลายคัน แต่ไม่มีคันไหนยอมไปตามจุดหมายที่ต้องการ โดยจะอ้างว่า ต้องไปเติมแก๊ส, ต้องรีบไปส่งรถคืน ทั้งที่มีกฎระเบียบอยู่แล้วว่า เมื่อรถแท็กซี่ขึ้นป้ายว่าให้บริการ แล้วมีคนเรียก คนขับรถแท็กซี่ต้องไปส่งที่จุดหมาย หากไม่ไปส่ง ผู้ใช้บริการมีสิทธิร้องเรียน และผู้ขับรถแท็กซี่จะต้องถูกปรับ แต่ในความเป็นจริงผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่อยากเสียเวลาทำเรื่องร้องเรียน มักจะปล่อยผ่านไปจนเป็นความเคยชิน

แต่เมื่อใช้บริการเรียกรถสาธารณะผ่านแอป ผู้ใช้บริการจะมีความมั่นใจว่า เมื่อเรียกรถผ่านแอป และผู้ขับรถตอบรับ จะได้ใช้บริการอย่างแน่นอน อีกทั้งสามารถกำหนดจุด และเวลาที่จะรอรถได้ รวมทั้งทราบอัตราค่าบริการล่วงหน้าว่าเป็นเท่าใด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามขนาดและชนิดของรถ

การใช้บริการรถแท็กซี่ ตามกฎระเบียบจะต้องกดมิเตอร์ ซึ่งจะคำนวณค่าบริการตามระยะทางและเวลาแต่ไม่สามารถทราบราคาทั้งหมดก่อนใช้บริการได้ ในบางครั้งคนขับรถแท็กซี่จะบอกผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะที่เป็นคนต่างชาติว่า ขอเรียกเก็บค่าบริการเป็นแบบเหมา โดยไม่กดมิเตอร์ ซึ่งมักจะแพงกว่าอัตราบริการตามความเป็นจริงมาก และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

คนขับรถแท็กซี่บางราย ได้สมัครเป็นสมาชิกให้บริการผ่านแอปเรียกรถ เช่น UBER, GRAB ด้วย ในเวลาเดียวกัน

ในที่สุด กฎหมายได้วิ่งตามวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ กรมการขนส่งทางบก ยอมรับให้บริการรถสาธารณะผ่านแอป เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ล่าสุด คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ออกประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ตุลาคม 2568 นี้ จึงเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับกับบรรดาผู้ประกอบการบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ และผู้ขับขี่ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถสาธารณะดังกล่าวให้ต้องปฏิบัติตามคือ ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มนี้ จะต้องให้มีการจดทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เป็นรถสาธารณะ ต้องจัดให้ผู้ขับรถปฏิบัติตามประกาศนี้ ต้องจัดเก็บค่าบริการตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยต้องให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามเงื่อนไขที่กำหนด ตามประกาศนี้ และที่กรมการขนส่งทางบก

เมื่อพิจารณาประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม2568 จะเห็นว่า หลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ ส่วนใหญ่เป็นไปตามการปฏิบัติในการเรียกรถผ่านแอปอยู่แล้วจะมีหลักเกณฑ์ที่ถือว่าเป็นข้อกำหนดพิเศษเพิ่มเติม เช่น ผู้ใช้บริการต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้บริการ, ผู้ให้บริการต้องยืนยันตัวตนก่อนให้บริการเช่นกัน, รถยนต์ หรือจักรยานยนต์ ที่ให้บริการสาธารณะผ่านแอปจะต้องจดทะเบียนเป็นรถให้บริการสาธารณะ, จะต้องมีปุ่มฉุกเฉินที่ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ สามารถกดได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน, ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอป จะต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ติดต่อและสอบถามได้, เมื่อผู้ใช้บริการโทรติดต่อกับผู้ให้บริการขับรถจะต้องโทรผ่านแอปเท่านั้น ไม่สามารถโทรผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วไป, การคำนวณค่าบริการตามระยะทาง ต้องเป็นไปตามที่กฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบที่ใช้บังคับ จะกำหนดอัตราค่าบริการเองไม่ได้

ปัจจุบันมี ผู้ประกอบธุรกิจบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะและผู้ขับขี่ผู้ให้บริการ ผ่านแพลตฟอร์มหลายราย เช่น UBER,GRAB, BOLT ,LALAMOVE, MuvMI, InDrive, และRobinhood ซึ่งแต่ละแอป มีจุดเด่นและราคาที่แตกต่างกันไป

การเรียกรถสาธารณะผ่านแอป ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ถือเป็นกรณีศึกษา ที่กฎหมายเป็นฝ่ายต้องปรับตัวตามวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่

กฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการเรียกรถสาธารณะผ่านแอปล่าสุด แม้จะยึดถือตามวิธีปฏิบัติที่ใช้กันอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ ยังถือว่า อยู่ในช่วงลองผิดลองถูกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว เพื่อแก้ไขกฎระเบียบให้เหมาะสมอีกครั้ง

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น