ดร. รุจิระ บุนนาค
คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ
เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ข่าวตัวแทนประกันชีวิต ในระดับเหรียญทอง ของบริษัทประกันชีวิต ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ฉ้อโกงหลอกรับเงินเบี้ยประกันของผู้เอาประกันซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทประกันต้นสังกัด และไม่นำส่งเบี้ยประกันให้แก่บริษัทประกันต้นสังกัด จนความคุ้มครองตามสัญญากรมธรรม์ขาดต่ออายุ สิ้นผลบังคับในการคุ้มครอง ความเสียหายมูลค่าถึง 200 ล้านบาทเศษ
เมื่อผู้เอาประกัน ซึ่งเป็นลูกค้าบริษัทประกัน ทราบเรื่องและร้องเรียน บริษัทประกันได้สอบสวน ตัวแทนประกันรายนี้ได้รับสารภาพว่า ได้กระทำจริง และหนีความรับผิดไปต่างประเทศ
บริษัทประกันจึงแจ้งผู้เอาประกันทุกรายว่า ได้ถอดถอนผู้กระทำผิดจากการเป็นตัวแทนบริษัทประกันแล้ว
ผู้เสียหายได้ร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) (Office of Insurance Commission – OIC) และปรากฏเป็นข่าวออกสื่อมวลชน ซึ่งคปภ. ได้ให้บริษัทประกันหาทางเยียวยาแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้า
ปัญหามีว่า การที่ผู้เอาประกัน ชำระเบี้ยประกันให้แก่ตัวแทนประกัน แทนที่จะชำระให้กับบริษัทประกันโดยตรง ถือว่า บริษัทประกันได้รับชำระเบี้ยประกันจากผู้เอาประกันซึ่งเป็นลูกค้า หรือไม่?
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ ตัวแทนประกันตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นตัวแทนที่มีอำนาจในการกระทำแทนตัวการหรือบริษัทประกัน เหมือนอย่างตัวแทนอื่นๆ ทั่วไป
ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากบริษัทประกันจะมอบอำนาจให้ตัวแทนประกันมีอำนาจกระทำการที่สำคัญ 2 ประการ คือ การเข้าทำสัญญาแทนบริษัทประกัน และการรับเบี้ยประกันแทนบริษัทประกัน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจของบริษัทประกันที่มอบอำนาจให้ตัวแทนประกันแยกต่างหากอย่างชัดเจน
ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของตัวแทนประกัน ที่ผูกพันตามกฎหมาย เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าหรือผู้เอาประกันในการประสานงานติดต่อกับบริษัทประกันเพียงเท่านั้น
อีกประการหนึ่ง ในการเข้าทำสัญญาประกันกับบริษัทประกัน จะมีข้อความที่ปรากฏว่าผู้เอาประกันมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกันให้แก่บริษัทประกัน
ดังนั้น การที่ผู้เอาประกันชำระเบี้ยประกันให้แก่ตัวแทนประกัน ในทางปฏิบัติ ตัวแทนประกันจะรับเงินไว้และนำไปชำระให้กับบริษัทประกันอีกทอดหนึ่ง ตัวแทนประกันไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ด้วยตนเอง ต้องให้บริษัทประกันเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินให้ ตัวแทนประกันจึงไม่ใช่ตัวแทนในการรับเงิน แต่เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกที่ผู้เอาประกันหรือลูกค้าให้ความไว้วางใจ
ในความเป็นจริง มีตัวแทนประกันบางรายที่ทำตัว อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันซึ่งเป็นลูกค้า โดยการรับเบี้ยประกันแล้วนำชำระให้บริษัทประกัน จากนั้นนำใบเสร็จของบริษัทประกันมาให้กับลูกค้า
แต่การกระทำดังกล่าว อาจแฝงไว้ด้วยการนำเงินของลูกค้าไปหมุนก่อน เงินที่ได้จากลูกค้ารายแรกๆ อาจถูกนำไปใช้ก่อน และเงินที่ได้รับจากลูกค้ารายหลัง นำไปชำระเบี้ยประกันให้กับลูกค้ารายแรกๆ วนกันไปเช่นนี้ จนมือเติบ ใช้เงินเกินตัวหมุนไม่ทัน และเกิดปัญหาในที่สุด
การที่ คปภ. ให้บริษัทประกันหาทางเยียวยาแก่ผู้เอาประกันซึ่งเป็นลูกค้า ถือว่า ไม่เป็นคำสั่งทางกฎหมาย แต่เป็นเพียงแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น
ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันอาจเยียวยาได้เพียง ยอมรับอายุของสัญญาแม้ไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน ก็ไม่ได้ถือว่าสัญญาประกันขาดอายุ และหากมีการเรียกร้องค่าสินไหมในจำนวนเงินที่ไม่สูงมากนัก บริษัทประกันอาจชดใช้ให้เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า
แต่เมื่อมีการเรียกค่าสินไหม ในจำนวนที่สูงมาก บริษัทประกันอาจพิจารณาไม่ชำระให้แก่ผู้เอาประกันซึ่งเป็นลูกค้า เพราะถือว่าไม่ได้ชำระเบี้ยประกันตามกำหนดเวลา
ดังนั้น การชำระหนี้ทั่วไป รวมทั้งการชำระเงินเบี้ยประกัน ต้องชำระให้ถูกบริษัทหรือบุคคลตามสัญญา จึงจะมีความผูกพันตามกฎหมาย และที่สำคัญ ก่อนชำระเงินควรใช้ความระมัดระวัง
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag