ฟ้องคดีอาญา ยึดโยงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คดีการเมือง?

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569

          เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568  นายวีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตผู้บริหารประเทศและ ข้าราชการรวม 4 ราย ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2553 ตนกับ นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ได้ถูกกองกำลังทหารกัมพูชาใช้อาวุธสงครามเข้าควบคุมตัว ที่บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และถูกนำตัวไปดำเนินคดีในศาลกัมพูชา โจทก์ได้ถูกตัดสินลงโทษจำคุกในประเทศกัมพูชาเป็นเวลา 8 ปี ได้รับอภัยโทษเมื่อ 1 กรกฎาคม 2557 รวมเวลาจำคุก 3 ปี 6 เดือน 3 วัน ส่วนนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี ได้รับอภัยโทษ รวมเวลาจำคุก 2 ปี 1 เดือน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาในชั้นตรวจคำฟ้อง

โจทก์และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ฟ้องคดีโดยอ้างว่า ปัจจุบันพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีความชัดเจนจากแผนที่ทหารว่า เป็นพื้นที่ในเขตอธิปไตยของไทย  แต่จำเลยทั้ง 4 ราย ในฐานะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในขณะนั้น กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องสิทธิและอธิปไตยของประชาชนชาวไทย ยอมให้ฝ่ายกัมพูชาได้ประโยชน์จากการสมอ้างบิดเบือนภาพเหตุการณ์ว่ามีการรุกล้ำแดน เป็นเหตุให้ตนได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และลุกลามจนเป็นปัญหาสงครามด้านพรมแดนระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาในขณะนี้

นายวีระ สมความคิด  เป็นนักเคลื่อนไหว นักกฎหมายและเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) มีชื่อเสียงจากการเปิดโปงการทุจริตในวงราชการหลายคดี

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อ หากจะพิจารณาในทางกฎหมายระหว่างประเทศ  เห็นได้ว่า ในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรีพิพัฒนาไพบูลย์ ได้ข้ามเข้าไปในเขตดังกล่าว ซึ่งเป็นดินแดนที่กัมพูชาควบคุม ถูกจับกุมโดย ทหารกัมพูชา ถูกดำเนินคดีในศาลกัมพูชา ในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และ ล่วงล้ำเขตอธิปไตยของประเทศกัมพูชา

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในขณะนั้นพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชาโดยการควบคุมในทางปฏิบัติ ประเทศกัมพูชาจึงมีอำนาจทางกฎหมายภายใน ในการดำเนินการกับบุคคลผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม ไม่ว่าฝ่ายใดจะอ้างสิทธิเหนือดินแดน แต่ผู้ที่ควบคุมพื้นที่จริง ณ เวลานั้น คือฝ่ายที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย

รัฐบาลไทย มีอำนาจในการช่วยเหลือพลเมืองของตนอย่างไรได้บ้างในทางกฎหมายระหว่างประเทศในขณะนั้น ?

หลักความคุ้มครองพลเรือนในสัญชาติของประเทศตนต้องเป็นไปตามหลัก 3 ประการ (1) หลักอธิปไตยของรัฐ(State Sovereignty) รัฐใดควบคุมดินแดน รัฐนั้นบังคับใช้กฎหมาย (2) หลักอาณาเขต (Territorial Jurisdiction) ความผิดเกิดในเขตอธิปไตยรัฐใด รัฐนั้นมีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายภายในที่มีผลบังคับใช้อยู่ในขณะความผิดเกิด และ(3) หลักไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Non-intervention)รัฐหนึ่งไม่มีสิทธิก้าวล่วงใช้อำนาจตุลาการของอีกรัฐหนึ่ง

ในขณะนั้นรัฐบาลไทยมีอำนาจให้ความช่วยเหลือผ่าน การคุ้มครองทางกงสุล  โดยเข้าพบผู้ถูกจับ ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่  ให้ความช่วยเหลือด้านเอกสาร ประสานทางการทูต โดยยื่นหนังสือ เจรจาในระดับรัฐบาล ขอให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และติดตามคดี เฝ้าดูการพิจารณาคดี ตรวจสอบว่ากระบวนการดำเนินคดีไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ตลอดจนขอพระราชทานอภัยโทษ (ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว) โดยใช้ช่องทางทางการทูต เพื่อให้พลเมืองของรัฐบาลไทยได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดระยะเวลารับโทษตามคำตัดสินของระบบยุติธรรมในประเทศกัมพูชา   

อำนาจการดำเนินการดังกล่าว ล้วนเป็นขีดอำนาจสูงสุดตามกฎหมายระหว่างประเทศตามหลักสากลที่รัฐบาลทุกรัฐจะพึงกระทำได้

ในขณะนั้น การดำเนินการที่รัฐบาลไทย ไม่มีอำนาจกระทำได้อย่างเด็ดขาด ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศคือ ไม่มีอำนาจอ้างเขตอธิปไตยเหนือเขตอำนาจศาลกัมพูชาสั่งให้ปล่อยตัว ยกเลิกคำพิพากษา และนำบริบทของสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชามาใช้

เนื่องจากการกระทำไม่เข้าข่าย การหลบหนีการดำเนินคดี ไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรงระดับข้ามชาติ(Extradition) อันถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงสากล (Double Criminality) เช่น การค้ายาเสพติด, การค้ามนุษย์,อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่มีความผิดร้ายแรงพอจนทำให้ประเทศหนึ่ง (ประเทศผู้ร้องขอ) สามารถร้องขอให้ประเทศอื่น (ประเทศผู้ถูกร้องขอ) ส่งตัวผู้กระทำผิดกลับมาเพื่อดำเนินคดีหรือรับโทษในประเทศที่ร้องขอได้ 

การที่ประเทศไทยประกาศสิทธิเหนือดินแดนบริเวณ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยในขณะนี้ เกิดจากการสู้รบและปฏิบัติการทางทหารกับประเทศกัมพูชา ทั้งที่บริเวณนี้อยู่ในเขตดินแดนของประเทศไทยมาแต่เดิม

บริบทเกี่ยวกับเขตดินแดนของประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. 2553 กับปัจจุบัน จึงมีความแตกต่างกัน

การฟ้องคดี ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งยึดโยงเรื่องเขตดินแดนและอาณาเขตของประเทศไม่ว่าผู้ฟ้องคดีจะมีเจตนา หรือความตั้งใจภายในอย่างไร?เป็นเรื่องยากที่จะหยั่งรู้ได้

แต่ผู้ที่สนใจและติดตาม อดสงสัยไม่ได้ว่า การฟ้องคดีนี้ ตั้งใจจะให้มีผลกระทบทางการเมืองและการเลือกตั้ง หรือไม่?

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น