ดร. รุจิระ บุนนาค
คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ
เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
โศกนาฏกรรม เหตุเพลิงไหม้บาร์ชื่อ เลอ คองสเตลลาซิยง(Le Constellation) ในสกีรีสอร์ทCrans-Montana สวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 01.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นช่วงเวลาฉลองปีใหม่ มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ศพ และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราว 115 รายซึ่งเป็นบุคคลหลายสัญชาติที่อยู่ในเหตุการณ์
ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ และหัวหน้าคณะอัยการเขต แถลงว่าไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นอุบัติเหตุจากความประมาท นับเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดเท่าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เคยประสบมา
บาร์ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นี้เป็นสถานที่ได้รับความนิยม จากบรรดานักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสองชั้น บาร์อยู่บนชั้นสอง โครงสร้างอาคารส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ และวัสดุไม่ทนความร้อน รองรับลูกค้าได้ถึง 300 คน และมีระเบียงขนาดเล็กที่ตัวอาคาร
ข้อสันนิษฐานสาเหตุไฟไหม้เกิดจากพนักงานเสิร์ฟในร้านจุดพลุวันเกิด ซึ่งวางบนขวดแชมเปญให้ลูกค้า บริเวณชั้นบนของบาร์โดยพลุดังกล่าว ถือไว้ใกล้กับเพดานมากเกินไป ทำให้เพดานติดไฟจากประกายไฟของพลุ จนเกิดไฟลุกไหม้ ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงสร้างอาคารเป็นวัสดุติดไฟ เพลิงไหม้ลุกลามอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณที่มีสิ่งของจุดระเบิด จนเกิดเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่องไปทั่วทุกบริเวณ
ผู้รอดชีวิตได้เล่าว่า การหนีไฟออกจากบาร์เป็นไปอย่างอลหม่านและยากลำบาก เพราะผู้ที่อยู่ในบาร์ที่เกิดเหตุมีจำนวนมาก ซึ่งน่าจะมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทางออกจากบาร์มีความแคบและบันไดที่จะหนีไฟออกไปด้านนอกแคบมาก
กลุ่มสหภาพยุโรปและนานาประเทศต่างให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บคดีอยู่ในระหว่างการสอบสวนของกระบวนการยุติธรรมของสวิตเซอร์แลนด์
โศกนาฏกรรมในสวิตเซอร์แลนด์ มีความคล้ายคลึงกับโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 2552 สถานบันเทิงชื่อดัง “ซานติก้าผับ” ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานคร เหตุเกิดขึ้นในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่เช่นเดียวกัน
เหตุเพลิงไหม้เกิดจากพลุไฟในงานเคาท์ดาวน์ที่ลามติดเพดานซึ่งบุด้วยวัสดุติดไฟง่าย ทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว ทางออกจากตัวอาคารคับแคบ ทำให้การหนีไฟเป็นอย่างอลหม่านเช่นกัน
เหตุการณ์ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 67 ศพบาดเจ็บกว่า 200 คน และอีก 42 คนอยู่ในอาการสาหัส
ภายในผับที่เกิดเหตุ จุคนได้ 500 คน แต่ในวันเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติราว 1,000 คน
บรรดาญาติผู้เสียชีวิต และผู้เสียหาย ได้ฟ้องคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ต่อเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งฟ้องคดีปกครองต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ที่ควบคุมอาคารที่เกิดเหตุ เพื่อเรียกค่าเสียหาย
ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาจำคุก เสี่ยขาวผู้บริหารซานติก้าผับ 3 ปี จากการกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทโฟกัสไลท์ฯ ที่ทำหน้าที่ติดตั้งเอฟเฟกต์ และให้ชดใช้เงินญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ
ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้กรุงเทพมหานครซึ่งละเลยการกำกับดูแลตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จ่ายค่าเสียหายให้แก่ญาติเสียชีวิต และผู้เสียหาย
แต่ปัญหามิได้จบลงเพียงนั้น เจ้าของกิจการได้ล้มละลายและไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชดใช้ค่าเสียหาย จึงเป็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมาย
ส่วนคดีปกครอง แม้ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ จ่ายค่าเสียหายในส่วนที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม แต่เป็นเพียงแค่ร้อยละ 25 ของค่าเสียหายเท่านั้น
โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ต้องถือว่าประเทศไทยมีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์อาจต้องถอดบทเรียนและถือเป็นกรณีตัวอย่างที่นำมาศึกษา
อาจถือได้ว่า ประสบการณ์จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ผับของประเทศไทย ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแต่อย่างใด
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag