วัคซีนโควิดกับสิทธิบัตร

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 8 มกราคม 2564

ดร. รุจิระ บุนนาค

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO-World Health Organization)
ประกาศให้โคโรนาไวรัส 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก หลังจากเชื้อได้
ลุกลามไปอย่างรวดเร็วในทุกภูมิภาคของโลก  โดยที่ประเทศไทยได้ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพ.ร.บ.โรคติดต่ออันตราย พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โควิด-19 มีการแพร่เชื้อระหว่างคนในลักษณะเดียวกับไข้หวัดใหญ่ โดยผ่านการติด
เชื้อจากละอองเสมหะ จากการไอ จาม เข้าทางเยื่อเมือก ได้แก่ เยื่อบุดวงตา เยื่อบุจมูก เยื่อบุช่องปาก 

การป้องกันของทางสาธารณสุขทั่วโลก เช่น การให้สวมใส่หน้ากากอนามัย การแนะนำให้ล้างมือบ่อย  พกเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างทางสังคม  การปิดสถานศึกษาโดยให้เรียนระบบออนไลน์แทนการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home ของภาครัฐและเอกชน การปิดประเทศห้ามเดินทางเข้าออก

แม้ทางสาธารณสุขทั่วโลกพยายามป้องกัน แต่ยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นทุกวัน ข้อมูลล่าสุดในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564  ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 88 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 1.9 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่า ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจเข้าสู่ 90 ล้านคน และผู้เสียชีวิตอาจทะลุ  2 ล้านคน เพราะบางวันมีผู้ติดเชื้อใกล้แตะ 7 แสนคน

วัคซีนจึงเป็นความหวังของทั่วโลกที่จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่
กลับมีประเด็นเกี่ยวข้องกับทางกฎหมายว่า วัคซีนเหล่านี้ไม่ได้ขอจดทะเบียนสิทธิบัตรยา เพราะหากจดทะเบียนสิทธิบัตรจะต้องใช้เวลากว่า 1 ปี ซึ่งไม่ทันต่อการป้องกันการแพร่ระบาด วัคซีนเหล่านี้จึงไม่ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรยา

สิทธิบัตรยา เป็นการคุ้มครองโดยกฎหมายให้แก่ผู้ประดิษฐ์หรือคิดค้นทางด้านเวชภัณฑ์ หรือ เคมีภัณฑ์ รวมถึง สูตรใหม่ ส่วนผสมใหม่ วิธีการใช้ใหม่ เมื่อบริษัทยาพัฒนาวิจัยยาตัวใหม่ จะนำมายื่นขอรับสิทธิบัตร เพื่อผูกขาดการผลิตและจำหน่าย เป็นเวลา 20 ปี  ผู้ผลิตยาสามารถยื่นขอรับสิทธิบัตรยาในประเทศไทย ตามพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.สิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542  เมื่อได้รับสิทธิบัตรจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันยื่นคำขอจนถึงวันสิ้นอายุสิทธิบัตร

ดังนั้น หากผู้มีความรู้ดำเนินการวิศวกรรมย้อนกลับ หรือทบทวนสูตรย้อนกลับเพื่อผลิตวัคซีนตัวเดิมขึ้นเอง ผู้ที่คิดค้นวัคซีนโควิด-19 จะไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่กระบวนการดังกล่าว  ยังไม่สามารถทำได้โดยง่าย  เพราะกว่าจะคิดค้นและผลิตวัคซีนออกมาได้ ต้องใช้เวลานานและยุ่งยาก ต้องผ่านการทดลองหลายขั้นตอน และต้องผ่านการทดลองกับอาสาสมัครเป็นจำนวนมาก นับหลักพันถึงหลักหมื่นราย ว่าก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างไร

แม้วัคซีนโควิด-19 จะไม่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องสิทธิบัตรยา แต่ยังได้รับความคุ้มครองในเรื่องความลับทางการค้า  ที่ลูกจ้างหรือพนักงานที่ช่วยทำวัคซีน หากนำสูตรลับไปทำเองโดยไม่ได้คิดขึ้นใหม่ ผู้ที่คิดค้นทำวัคซีนสามารถเรียกร้องค่าเสียหายและดำเนินการทางกฎหมายได้

ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีกับสนธิสัญญาต่างประเทศใดๆทางด้านสิทธิบัตร หากผู้ทรงสิทธิบัตรได้สิทธิบัตรในต่างประเทศ  แต่ไม่ได้มายื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรเพื่อขอรับความคุ้มครองในประเทศไทย  ผู้ทรงสิทธิบัตรจะไม่ได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรดังกล่าวในประเทศไทย ดังนั้น ผู้ทรงสิทธิบัตรจึงจำเป็นต้องยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศไทย

วัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตมาใช้ตอนนี้มีหลายสูตรจากหลายบริษัท แต่ละบริษัทมีเทคโนโลยีที่ต่างกัน  บริษัทหรือองค์กรที่อยู่แนวหน้า เช่น ไฟเซอร์ (Pfizer) ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา (Oxford-AstraZeneca) โมเดอร์นา (Moderna)  

ไฟเซอร์ (Pfizer)และโมเดอร์นา (Moderna) ใช้เทคโนโลยี mRNA (Messenger RNA) ที่ใช้ตัวส่งสารเคมีกำกับเซลล์ให้สร้างโปรตีน ที่มีลักษณะคล้ายกับส่วนหนึ่งของเชื้อโคโรนาไวรัส เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจดจำว่า เชื้อลักษณะนี้เป็นเชื้อแปลกปลอม ส่วนออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา (Oxford-AstraZeneca)  จะใช้ตัว Spike Protein ของไวรัสถูกฉีดเข้ามาในร่างกาย กระตุ้นให้ระบบภูมิต้านทานในร่างกายตอบสนอง เมื่อไวรัสจริงเข้าสู่ร่างกาย      

การฉีดวัคซีนต้องฉีด 2  เข็ม ฉีดยี่ห้อไหน ต้องซ้ำยี่ห้อเดิม ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลข้างเคียงอย่างคาดไม่ถึง วัคซีนของไฟเซอร์และออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา ใช้ได้ผลกว่าร้อยละ 90  วัคซีนของจีนที่พัฒนาโดยบริษัท Beijing Biological Products Institute ร่วมกับบริษัท China National Biotec Group (CNBG) ได้ผลร้อยละ 79.34  ส่วนของรัสเซียกำลังทดลองใช้กับอาสาสมัครไม่ครบตามขั้นตอน แต่ได้นำออกมาใช้ก่อน ทำให้เกิดความสงสัยในประสิทธิภาพ  ทั้งมีข่าวว่า อินเดียและอิหร่านได้ผลิตวัคซีนออกมาใช้แล้ว  แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับการทดลองและประสิทธิภาพในการใช้งาน

วิธีเก็บวัคซีนจะแตกต่างกัน เช่น ไฟเซอร์ต้องเก็บในอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ราคาประมาณเข็มละ 650 บาท ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกาสามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส  ราคาประมาณเข็มละ 130 บาท โมเดอร์นาต้องเก็บอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ราคาประมาณเข็มละ 1,000 บาท 

เป็นที่สังเกตได้ว่า เมื่อมีการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง จนเกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง  จะทำให้ลักษณะพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 มีการเพี้ยนไปเรื่อยๆ เชื้อโควิด-19 ได้กลายพันธ์หลายสายพันธ์แล้ว ไม่มีใครรับรองได้ว่า วัคซีนจะคุ้มครองได้ทุกกรณีที่เชื้อโควิด-19 กลายพันธ์           

แม้วัคซีนโควิด-19 จะเริ่มออกใช้งานแล้ว จำนวนผู้คนติดเชื้อโควิด ไม่ได้ลดลง กลับเพิ่มมากขึ้น แพทย์ได้ให้ความเห็นว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ผล ต้องฉีดให้ประชากรอย่างน้อยร้อยละ 50 ขึ้นไป

ไม่ว่าผลของวัคซีนโควิด-19 จะเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่า วัคซีนที่ฉีดไปแล้ว จะให้ความคุ้มครองนานเท่าไร เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี หรือสั้นกว่าที่คาดการณ์ไว้

ดังนั้นทางที่ดีที่สุด ประชาชนต้องระมัดระวังและป้องกันตัวเอง

สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น