โอลิมปิก ล้มกีฬา โด๊ปยา

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาไทยที่ได้รับชัยชนะและเป็นเจ้าของเหรียญรางวัล นักกีฬาย่อมได้รับการยกย่องมีชื่อเสียงและได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ที่กำลังจะตามมา บรรดาโค้ชผู้ฝึกสอน และผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จสมควรได้รับการยกย่องชมเชยเช่นกัน

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อ 776 ปี ก่อนคริสต์ศักราช (233 ปีก่อนเริ่มพุทธศักราช)ในสมัยจักรวรรดิของกรีก เพื่อสดุดีต่อเทพเจ้าซุส อะพอลโล และโพไซดอน การแข่งขันกีฬาบางประเภท ในยุคนั้นได้ถูกบันทึกว่า นักกีฬาที่แข่งขันจะต้องเปลือยกายในขณะแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ส่วนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ยุคใหม่ ถือเป็นกีฬาสากลระดับโลกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1896 (พ.ศ. 2439) ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก ซึ่งถือเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่สมัยโบราณ

แต่ละประเทศหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพทุกๆ 4 ปี มีคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC) ตามกฎบัตรโอลิมปิก เป็นผู้พิจารณาประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

ประเทศกรีกได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกอีกครั้ง เมื่อปี 2004 (พ.ศ. 2547) ในขณะนั้นมีงบประมาณจัดงาน 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับขาดทุนถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4 แสนล้านบาท ทำให้ประเทศกรีก เข้าสู่สภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ เป็นเวลาติดต่อกันหลายปี

ส่วนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกล่าสุดในปีนี้ 2024 (พ.ศ. 2567) ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ตั้งงบประมาณไว้ถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท และไม่ขาดทุน เพราะการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเป็นหลักประมาณ 70% ส่วนภาครัฐบาล ออกค่าใช้จ่ายประมาณ 30% นอกจากนี้ ประเทศฝรั่งเศสไม่จำเป็นต้องก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการจัดงาน เนื่องจากมีอยู่แล้ว ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้อีกมาก

ประเทศเจ้าภาพส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการขาดทุนแต่กลับมีหลายประเทศแข่งกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จนเป็นข้อสงสัยว่า เหตุใดหลายประเทศจึงมีความต้องการ เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ทั้งที่ประเทศเจ้าภาพต้องมีภาระเป็นอย่างมาก ในการจัดสรรงบประมาณประเทศเพื่อจัดเตรียมความพร้อม ด้านสถานที่แข่งขัน ระบบการคมนาคมและการสื่อสารในประเทศเจ้าภาพที่จัดงาน ตามที่คณะกรรมการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกำหนด

แต่สิ่งที่ประเทศเจ้าภาพจะได้รับกลับคืนมาจากการจัดงาน คือ 1) เงินได้และกำไรจากการขายบัตรให้แก่ผู้เข้าชมที่เดินทางมาจากทั่วโลก 2) รายได้และกำไรจากการขายของที่ระลึก 3) รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดแพร่ภาพการแข่งขันกีฬา รวมถึงค่าสปอนเซอร์ และ4) รายได้จากท่องเที่ยวและยกระดับการเป็นประเทศที่เป็นที่รู้จักจากประเทศทั่วโลก ทั้งในช่วงระหว่างการแข่งขันและระยะยาวหลังสิ้นการแข่งไปแล้ว

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถือว่าการแข่งขันกีฬาของนักกีฬาสมัครเล่น แต่ในความเป็นจริง กีฬาบางประเภทกลับเป็นนักกีฬาอาชีพเข้าแข่งขัน เช่น กอล์ฟ เทนนิส

ส่วนกีฬาประเภทอื่น แม้นักกีฬาจะถือว่าเป็นนักกีฬาสมัครเล่นแต่ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนหรือรัฐบาลประเทศของตน เช่น ได้รับเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนจากการฝึกซ้อม และหากได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก จะได้รับเงินรางวัลพิเศษสนับสนุนอีกเป็นจำนวนมาก ตลอดจนได้รับสิทธิเข้ารับราชการ เช่น ตำรวจ ทหาร จนมีสภาพเป็นนักกีฬากึ่งอาชีพ

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมีกฎกติกา มารยาท ที่เป็นสากลอยู่หลายประการ บางครั้งแม้ว่านักกีฬาจะเก่ง แต่หากโค้ชไม่ทันเกมอาจแพ้ได้ เช่น การแข่งขันเทควันโดของน้องเทนนิส ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก หลายครั้งในการแข่งขันที่น้องเทนนิสสามารถเตะคู่แข่งขัน และควรจะได้คะแนนแต่คะแนนไม่ขึ้น โค้ชเชซึ่งเป็นโค้ชชาวไทย ได้ประท้วงทันทีจึงต้องย้อนดูคลิปบันทึกภาพเคลื่อนไหว และในที่สุดกรรมการต้องให้คะแนน หากโค้ชเชไม่ประท้วงให้ทันเกม น้องเทนนิสอาจไม่มีเหรียญทองโอลิมปิก เป็นของขวัญให้กับชาวไทย

หลักสำคัญของการแข่งขันกีฬาในระดับสากล ห้ามการล้มกีฬา หรือแกล้งแพ้ ซึ่งเป็นกรณีที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เพราะนักกีฬาแต่ละประเทศมาด้วยเกียรติยศของประเทศตนเอง

หลักสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ห้ามโด๊ปยา เพื่อให้เกิดสมรรถภาพเกินจริง เป็นการเอาเปรียบคู่แข่งขัน แม้การแข่งขันกีฬาจะเสร็จสิ้นไปแล้ว และผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของนักกีฬา จะออกมาภายหลัง และปรากฏว่าผู้ชนะโด๊ปยา คณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกจะเรียกคืนเหรียญรางวัลที่ได้รับ เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ที่ได้คะแนนถัดไปที่มีความสามารถตามความเป็นจริง

ดังเช่น กรณีนักยกน้ำหนักของไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปารีสนี้ แม้จะไม่ได้รับเหรียญรางวัล แต่มาพบการโด๊ปยาในภายหลังของผู้ได้รับเหรียญรางวัลนักยกน้ำหนักไทยอาจมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้ชนะ และได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิกแทน

ในประเทศไทยมีกฎหมาย ที่บัญญัติไว้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เช่นกัน

กรณีการล้มกีฬาหรือแกล้งแพ้ถือว่า มีความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ให้ ผู้รับ ผู้เรียกผลประโยชน์ เพื่อการล้มกีฬา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท ส่วนกรณีผู้ตัดสิน เรียกหรือรับผลประโยชน์เอง มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 300,000-600,000 บาท

กรณีโด๊ปยา ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 มีโทษถูกตัดสิทธิเข้าร่วมแข่งขันภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทุกรายการตลอดชีวิต

นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จได้รับเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจะได้รับการต้อนรับ ประหนึ่งราวกับ วีรบุรุษ วีรสตรี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

สังคมควรนึกถึงนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักแม้ไม่ประสบความสำเร็จและไม่ได้รับเหรียญรางวัลรวมถึงโค้ชผู้ฝึกสอน และผู้ร่วมงานทั้งหลาย ที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระด้วย

                                               ………………….

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น