รถฉุกเฉิน: ทุกวินาทีมีค่า<br>ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 15 พฤศจิกายน 2562<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>15 พฤศจิกายน 2562
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag “ขับรถราคาเป็นล้าน แต่สันดานราคาสลึง” เป็นวลีที่มีคนติดแฮชแท็ก (Hashtag) จำนวนมาก ซึ่งมาจากคนที่เห็นคลิปที่ภรรยาของผู้ป่วย ถ่ายคลิปจากรถฉุกเฉินแล้วนำมาโพสต์ลงในเฟสบุ๊กในช่วงวันลอยกระทง เรียกได้ว่าทุกคนที่ได้ดูคลิปต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ให้รู้ว่า สำหรับผู้ป่วยในรถฉุกเฉินทุกวินาทีล้วนมีค่ายิ่ง คนขับที่มีพฤติกรรมขับรถไม่ยอมหลบรถฉุกเฉิน ขับแบบไม่สนใจผู้อื่น บางคนแกล้งให้สัญญามือหรือไฟผิด โดยหวังให้รถคันหลังเกิดอุบัติเหตุแบบนี้มีมานานแล้ว เพียงแต่ในอดีตไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่สามารถบันทึกพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนเหล่านี้ให้สังคมได้รับรู้ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 “รถฉุกเฉิน” หมายความว่า รถดับเพลิงและรถพยาบาลของราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรถอื่นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบหรือให้ใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอย่างอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รถดับเพลิง รถพยาบาล และรถอื่นๆที่เป็นของราชการ สามารถทำเป็นรถฉุกเฉินได้แต่กรณีรถเอกชน ต้องได้รับอนุญาตก่อน เช่น รถมูลนิธิต่าง ๆ ที่ใช้ไซเรนเพื่อรับ-ส่งผู้บาดเจ็บ จะต้องมีใบอนุญาตทุกคันให้ติดหรือใช้สัญญาณไซเรน เนื่องจากมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 คนขับรถฉุกเฉินสามารถขับรถโดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรบางข้อ แต่ต้องเป็นการขับในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ ใช้เสียงสัญญาณไซเรน หยุดรถหรือจอดรถในที่ห้ามจอดรถ ขับรถเกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้ ขับรถผ่านสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรใด […]
รถไฟฟ้าสายสีเขียว<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 30 เมษายน 2564<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>30 เมษายน 2564
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag ประโยชน์ของระบบขนส่งรถไฟฟ้า คือ ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว สะดวกสบายในการเดินทาง เมื่อประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าแทนการขับรถยนต์ส่วนตัว ย่อมช่วยลดความหนาแน่นของการจราจรบนท้องถนน ลดอุบัติเหตุ ทั้งช่วยลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก การคิดค่าโดยสาร รัฐบาลควรตระหนักถึงค่าแรงขั้นต่ำเป็นสำคัญ ตั้งแต่การให้สัมปทานเพื่อที่จะไม่ได้เกิดปัญหาอย่างทุกวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ย่อมมีคนคิดในทางอคติว่า มีอะไรแอบแฝงเบื้องหลัง มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่
รถ…แลกแจกแถม<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 4 ธันวาคม 2563<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>4 ธันวาคม 2563
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag การปล่อยมลพิษของรถยนต์เก่าที่มีการใช้งานมานาน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหามลพิษ รวมถึงฝุ่น PM 2.5 ทำให้ทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลต่างตระหนักถึงการแก้ปัญหาการใช้รถเก่า ภาคเอกชนได้ผลิตรถประเภทประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ กับรถยนต์ไฟฟ้า และภาครัฐมีความต้องการส่งเสริมรถยนต์ประเภทนี้เช่นกัน เพราะหากการปล่อยให้รถยนต์เก่ามาขับเคลื่อนบนท้องถนน มากเท่าใดทำให้ปัญหามลพิษมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้เกิดการลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพราะเห็นว่าเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทั่วโลกต่างสนับสนุนแนวโน้มของการรักษ์โลกจึงต้องการผลักดันให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าร้อยละ30 ในปีพ.ศ. 2573 และตั้งเป้าไว้ว่าในปีพ.ศ.2579 ประเทศไทยจะต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากถึง 1.2 ล้านคัน ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบศ.) เห็นชอบในหลักการ ข้อเสนอโครงการบริหารเศรษฐกิจ ระยะปานกลาง และระยะยาวชุดที่ 2 ที่เสนอโดย คณะอนุกรรมการ วิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุน ในระยะปานกลาง และระยะยาว โดยหนึ่งในมาตรการ ที่ภาครัฐ เตรียมดำเนินการคือโครงการรถแลกแจกแถม หรือรถเก่าแลกรถใหม่ จำนวน 1 แสนคันเพื่อส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และบริหารจัดการซากรถยนต์ […]
ยุบพรรค…. แบบประหลาด<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 6 กันยายน 2562<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>6 กันยายน 2562
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag ทันทีที่นาย ไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ดำเนินการยุบพรรค ด้วยคะแนนเสียง เป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการบริหารพรรค ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเมืองไทย เป็นอย่างมาก ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 พรรคการเมืองย่อมสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองเมื่อ ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด มีจำนวนสมาชิกเหลือไม่ถึงตามที่กำหนด มีจำนวนสาขาพรรคการเมืองหรือไม่ถึงภาคละหนึ่งสาขาเป็นระยะเวลาติดต่อกันหนึ่งปี ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมืองเป็นระยะเวลาติดต่อกันหนึ่งปี ไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้งติดต่อกันหรือเป็นเวลาแปดปีติดต่อกัน มีหนี้สินล้นผลตัวตามกฎหมายล้มละลาย เลิกตามข้อบังคับ การยุบหรือเลิกพรรคประชาชนปฏิรูป ถือเป็นเรื่องแปลก และเป็นกรณีศึกษา เพราะเมื่อพิจารณาถึงเหตุผล เห็นว่าไม่มีเหตุสมควร หรือจำเป็นให้ต้องยุบหรือเลิกพรรค แต่ยังสู้อุตส่าห์ดำเนินการยุบหรือเลิกพรรคด้วยความสมัครใจ ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ลงมติให้ความเห็นชอบในการยุบพรรค ประชาชนปฏิรูป แต่ไม่ได้ให้ความเห็นว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ในการคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อาจเป็นเพราะ กกต. เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า จะตัดสินใจอย่างไร หรือจะคำนวณ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่ออย่างไร จึงได้ปล่อยช่วงเวลาให้เป็นสุญญากาศ เพื่อรอฟังความคิดเห็นรอบด้าน ประกอบการตัดสินใจ นับว่าเป็นท่าทีที่ปกติของกกต.อยู่แล้ว ที่จะลังเลให้ความคิดเห็นอย่างฟันธง ตรงไปตรงมา พรรคประชาชนปฏิรูป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง […]
ยื่นบัญชีทรัพย์สิน<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 7 ธันวาคม 2561<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>7 ธันวาคม 2561
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag กลายเป็นประเด็นร้อน กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้ออกประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 และมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561 โดยประกาศฉบับนี้มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก่อนที่จะมีประกาศฉบับนี้ เมื่อกล่าวถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่น คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตามที่มีอยู่จริงในวันที่เข้ารับตำแหน่ง และพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยคู่สมรส ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสนั้น คนส่วนมากจะนึกถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร […]
ยิงรถส่วนตัวตำรวจ<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 10 มกราคม 2563<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>10 มกราคม 2563
Facebook : Rujira Bunnag Twitter : @RujiraBunnag กรณีรถส่วนตัวของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกยิงถึง 7 นัด ในคืนวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 20.30 น. บริเวณหน้าร้านนวดแผนโบราณ ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร นับว่าเป็นเรื่องอุกอาจ และสะเทือนขวัญ ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในใจกลางกรุงเทพมหานคร และอีกทั้งเกิดขึ้นแก่อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้มีชื่อเสียง และมากด้วยบารมี ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ขนาดผู้ใหญ่ยังโดนถึงขนาดนี้ แล้วชาวบ้านธรรมดาจะเหลืออะไร ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธปืนที่ใช้ยิงยังมีลักษณะพิเศษ ที่สามารถเก็บปลอกกระสุนโดยไม่ให้หล่นได้ด้วย ต้องนับว่า ผู้ร้ายธรรมดา หรือ ผู้ร้ายกระจอก คงไม่สามารถทำได้แน่นอน ลักษณะของการกระทำดังกล่าว ไม่ได้มุ่งที่จะทำลายให้ถึงแก่ชีวิต เพราะในขณะเกิดเหตุที่ยิงนั้น ไม่มีใคร อยู่ในรถคันที่เกิดเหตุ แต่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ […]
ยาวาลซาร์แทน (Valsartan)<br>ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 25 มิถุนายน 2561<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>25 มิถุนายน 2561
“อโรคยา ปรมาลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่จะไม่มีโรคภัย ทุกคนล้วนอยากมีสุขภาพแข็งแรงแต่ความเป็นจริงแล้ว เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือ สัจธรรมชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ถอนรายการยาวาลซาร์แทน (Valsartan) ออกจากการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรยาของประเทศไทย ข่าวนี้ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาวาลซาร์แทน (Valsartan) ได้ง่ายขึ้น ยาวาลซาร์แทน (Valsartan) มีสรรพคุณในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหลังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กระบวนการพิจารณาคดีจนถึงศาลฎีกามีคำพิพากษาใช้เวลาถึง 7 ปี ยาวาลซาร์แทน (Valsartan) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีมาก หลังจากที่บริษัทยาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้คิดค้นยาตัวนี้ ได้จดสิทธิบัตรตัวยาและจดสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตเป็นยาเม็ดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมเป็น 2 สิทธิบัตร และได้รับการคุ้มครองไปทั่วโลกเป็นเวลา 20 ปี โดยที่การจดสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตเป็นยาเม็ดเป็นการจดเพิ่มเติม (จากสิทธิบัตรตัวยา ซึ่งถือว่า เป็นสิทธิบัตรหลักและเป็นสิทธิบัตรฉบับแรก) อีกหนึ่งฉบับบริษัทยาในประเทศไทยได้ผลิตยาวาลซาร์แทน (Valsartan) ภายหลังจากที่สิทธิบัตรคุ้มครองตัวยา (ฉบับแรก) หมดอายุลง ทำให้สามารถผลิตเป็นยาสามัญออกมาแข่งขันได้ แต่กลับถูกบริษัทยาข้ามชาติฟ้องร้องว่า เป็นการละเมิดสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิตยา (ฉบับที่สอง) จนมีการฟ้องร้องนำคดีขึ้นสู่ศาล […]
ยายไฮนักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 7 ธันวาคม 2555<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>7 ธันวาคม 2555
คงที่ยังจำกันได้สำหรับ “ยายไฮ” แห่งบ้านโนนตาล ตำบลนาตาล อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี ยายไฮเป็นตัวอย่างหนึ่งสำหรับการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม แม้จะใช้ระยะเวลาในการต่อสู้เกือบค่อนชีวิต แต่ยายไฮก็ไม่เคยย่อท้อ ยายไฮเดิมชื่อ “ไฮ เคนงาม” ได้สมรสกับนายคำฟอง ขันจันทา ครอบครัว “ขันจันทา” ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย โดยประกอบอาชีพทำนาที่ยายไฮได้รับมรดกซึ่งมีที่นาบางส่วนติดริมฝั่งแม่น้ำโขง ทุกคนในครอบครัวต่างช่วยกันทำมาหากิน แต่ในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2520 สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) ได้ประกาศโครงการการก่อสร้างเขื่อนห้วยละห้าที่บ้านโนนตาล โดยอ้างว่าเป็นเขื่อนเพื่อการชลประทานขนาดเล็ก เพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีน้ำใช้ แต่ชาวบ้านต่างก็เห็นว่า เขื่อนไม่มีความจำเป็น เพราะในบริเวณนั้นไม่ได้มีการขาดแคลนน้ำ คำประกาศดังกล่าวเปรียบเสมือนสายฟ้าผ่า ไม่เพียงแต่ครอบครัวของยายไฮ แต่ยังมีเพื่อนบ้านของยายไฮที่ได้รับผลกระทบอย่างจัง โดยพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างเขื่อนรวมเกือบร้อยกว่าไร่ ระหว่างการก่อสร้างแม้ยายไฮ และเพื่อนบ้านได้รวมตัวกันคัดค้าน มีการทำหนังสือเรียกร้องให้รพช. ระงับการก่อสร้างโดยอ้างเหตุผลว่า น้ำท่วมที่นาเป็นเพราะผลจากการสร้างเขื่อน นาของยายไฮจำนวน 61 ไร่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ แต่การยื่นหนังสือก็ไม่ประสบผลแต่อย่างใด การก่อสร้างเขื่อนดำเนินต่อไปจนการก่อสร้างเสร็จลงในปี พ.ศ. 2522 แม้การต่อสู้ของยายไฮได้เริ่มขึ้นเวลาเดียวกันกับการประกาศโครงการสร้างเขื่อน แต่เมื่อสร้างเขื่อนเสร็จการต่อสู้ก็ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป เพื่อการเรียกร้องค่าชดเชย พื้นนาที่เคยปลูกข้าวกินและเป็นอาชีพสำหรับตนเองและครอบครัวกลับเต็มไปด้วยน้ำ ทำให้ยายไฮและครอบครัวต้องไปรับจ้างทำนาเพื่อความอยู่รอด และเพื่อเก็บเงินบางส่วนใช้ในการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรม ยายไฮเคยให้สัมภาษณ์สื่อมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ยายมองที่ดินตัวเองจมอยู่ใต้น้ำแล้วเศร้าทำอะไรไม่ได้ ผิดกับผืนนาของเพื่อนบ้านเต็มไปด้วยต้นข้าวเขียวพรืดไปหมด” […]
ยาแพง<br>ลงพิมพ์ในเดลินิวส์ : 27 กรกฎาคม 2558<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>27 กรกฎาคม 2558
กรณีเครือข่ายองค์กรด้านเอดส์ เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ (Compulsory Licensing หรือ CL) กับยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ที่มีราคาแพงถึงเม็ดละ ๓๐,๐๐๐ บาทในปัจจุบันเพื่อช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงยารักษาไวรัสตับอักเสบชนิดซีชนิดนี้ได้มากขึ้น โดยอ้างถึงต้นทุนการผลิตของบริษัทยาในอินเดียที่สามารถผลิตและจำหน่ายยาตัวเดียวกันได้ในราคา 300 บาทต่อเม็ดเท่านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนประเมินว่าต้นทุนการผลิตที่แท้จริงอาจมีราคาไม่ถึง 100 บาทต่อเม็ด มาตรการบังคับใช้สิทธิ คือ การที่รัฐบาลออกมาตรการบังคับต่อเจ้าของสิทธิบัตรยา เพื่อให้ได้รับสิทธิใช้สิทธิบัตรยา โดยเจ้าหน้าที่จะเจรจากับเจ้าของสิทธิบัตรก่อน หากไม่ประสบความสำเร็จ จึงจะดำเนินมาตรการบังคับใช้สิทธิโดยจะเลือกผลิตยานั้นเอง หรือนำเข้าในกรณีที่ขาดกำลังผลิต และจะจ่ายค่าชดเชยให้เจ้าของสิทธิบัตรในอัตราที่เห็นว่าเหมาะสม ในประเทศที่กำลังพัฒนาจะอยู่ที่อัตราร้อยละ 3 ถึงร้อยละ 5 อย่างไรก็ตามการบังคับใช้สิทธิบัตรยาจะต้องไม่เป็นไปเพื่อการค้า “โรคตับอักเสบ” หมายถึงการอักเสบของตับ อันเนื่องมาจากสารเคมีการเสพยาเสพติด การดื่มสุรามากเกินไป หรือเชื้อไวรัสต่าง ๆ โรคตับอักเสบซีนี้เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซีเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งและโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงด้านสาธารณสุขอย่างหนึ่งของโลก โรคนี้ติดต่อจากเลือดของผู้ที่มีเชื้อโรคนี้เข้าสู่กระแสเลือดของอีกคนหนึ่ง เรียกการติดต่อนี้ว่า การสัมผัสระหว่างเลือดต่อเลือด แม้ว่าปริมาณเลือดจะน้อยมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่โรคนี้ก็สามารถแพร่ไปได้ ทุกคนสามารถติดโรคตับอักเสบซีจากอุปกรณ์ทางการแพทย์และทันตกรรมที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคและการรักษาทางแผนโบราณที่ใช้วิธีกรีดเจาะผิวหนัง การใช้อุปกรณ์ฉีดยาที่คนอื่นใช้แล้ว รวมทั้งการฉีดสารสเตอรอยด์ การสัก หรือเจาะร่างกาย ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อการติดต่อทางเลือดในระหว่างมีเพศสัมพันธ์เป็นต้น ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซี ที่กล่าวถึงนี้ มีชื่อสามัญว่า “โซฟอสบูเวียร์” (Sofosbuvir) ผลิตและจำหน่ายโดย […]
ย้อนรอยซานติก้า<br>ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 30 ธันวาคม 2559<br>ดร. รุจิระ บุนนาค<br>30 ธันวาคม 2559
เหตุการณ์ไฟไหม้ซานติก้าผับ ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ที่คร่าชีวิตนักท่องราตรีกว่าครึ่งร้อย และมีผู้บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 200 คน กลับเป็นที่สนใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนเพิ่มให้แก่ผู้เสียหาย และญาติผู้เสียชีวิตรวม 12 ราย จากเหตุการณ์ครั้งนั้น รวมเป็นเงินที่ต้องชดใช้ทั้งสิ้นจำนวน 5,794,250.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คดีถึงที่สุด คดีนี้ผู้เสียหายและทายาทของผู้เสียชีวิตในฐานะผู้ฟ้องคดีได้ฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต่อศาลปกครองกลางกรณีละเลยไม่ดำเนินการตรวจสอบและควบคุมอาคารที่ใช้เป็นซานติก้าผับ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 เพื่อให้โครงสร้างของอาคาร ระบบ และอุปกรณ์อยู่ในสภาพมั่นคงและปลอดภัย เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ผู้เสียหายและทายาทของผู้ฟ้องคดีทั้ง 12 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในสาระสำคัญ คือ ภายในอาคารไม่จัดให้มีป้ายบอกทางออกและทางหนีไฟ ไม่มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ มีการก่อสร้างอาคารผิดจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตมีการต่อเติมดัดแปลงใช้เป็นสถานบริการ อาคารตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจากสำนักงานเขตวัฒนา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย่อมต้องทราบหรือควรจะทราบว่า อาคารก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จึงมีหน้าที่จะต้องดำเนินการตาม […]