ภาษีบาป กับ องค์กรเฉพาะกิจและกองทุน

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่  30  ตุลาคม  พ.ศ. 2569

            ภาษีบาป เป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึง และวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากในสังคม

            ภาษีบาป ในที่นี้หมายถึง เงินนอกงบประมาณ หรือเงินภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น สุราและยาสูบ และนำมาจัดสรรให้แก่ องค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่ง

             องค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่ง คือ 1) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินงานส่งเสริมและป้องกันสุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ลดการบริโภคสุราและยาสูบ 2) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส-Thai PBS) สถานีโทรทัศน์สาธารณะที่ดำเนินการโดยอิสระจากทุนและรัฐบาล 3) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) หน่วยงานที่สนับสนุนและพัฒนากีฬาของชาติและนักกีฬา 4) กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนที่ใช้ช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

             ปัจจุบันองค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่งนี้ ได้รับการจัดสรร เงินจากการเรียกเก็บเงินบำรุงเพิ่มเติม 2% จากอุตสาหกรรม สุราและยาสูบ มีมูลค่ารวมกันกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี โดยไม่ได้รับการจัดสรรเงินจากงบประมาณแผ่นดิน

             หลักการทำงานขององค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่งนี้ ถือว่า ต้องมีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน และจะไม่ถูกก้าวก่ายหรือแทรกแซงจากหน่วยงานทางราชการ

              เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลได้มีความเห็นว่า องค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่งนี้ ไม่ควรจะได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนจากภาษีบาป แต่ควรที่จะได้รับการจัดสรรเงินจากงบประมาณแผ่นดินที่จะจัดทำโดยรัฐบาลแทน

             หลายเรื่องที่สาธารณชนไม่เคยรับทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับองค์กรเฉพาะกิจและกองทุนมาก่อน เช่น กรณีสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ได้รับเงินจัดสรรถึงปีละ 2,000 ล้านบาท แต่ได้ใช้จ่ายในลักษณะค่อนข้างสุรุ่ยสุร่าย กับการจ้างที่ปรึกษาในเงินเดือนที่สูงมากระดับแสนบาท, การจัดจ้างผู้ดำเนินการรายการ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในอัตราที่สูงและมีลักษณะที่ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร, การจ้างบุคคลภายนอกในการจัดทำรายการ ในอัตราที่สูงและมี ลักษณะที่ไม่โปร่งใส ทั้งที่สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวมีพนักงานประจำอยู่ถึง 1,200-1,300 คน แต่ไม่เลือกจ้างบุคคลที่มีความรู้ความสามารถซึ่งทำงานประจำภายในให้ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งผู้บริหารซึ่งเป็นตัวแทนของสถานีโทรทัศน์ไม่ได้ชี้แจงให้เป็นที่ชัดเจน หรือตอบข้อสงสัยของสังคม

          ในส่วนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ผ่านมาว่า ได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์กรจริงหรือไม่ กองทุนได้ดำเนินงานที่ผ่านมานานถึง 25 ปี ที่ใช้เงินไปแล้ว 80,000 ล้านบาท โดยได้รับเงินปีละกว่า 4,000 ล้านบาท แต่จากการสำรวจสุขภาพประชากรไทย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567-พ.ศ. 2568) สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คนไทยมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน โรคอ้วน โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ, การลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มมากขึ้น, การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น

          แม้ท่าทีของรัฐบาลจะแสดงว่า การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินโดยรัฐบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่องค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่งนี้ จะทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรและกองทุนดีขึ้น

          แต่สังคมยังตั้งข้อสงสัยว่า เจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐบาล จะเข้ามาควบคุมและแทรกแซงการดำเนินงานขององค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่งนี้ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือไม่ อย่างไร เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ได้นำเสนอข่าวและสาระในลักษณะที่ไม่ได้สนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์และท้วงติงตามสมควร

         การที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส มีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการและการใช้จ่ายเงินภายใน องค์กร ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการแก้ไข และให้คนกลางเข้าตรวจสอบ

        ข้อเสนอซึ่งเป็นแนวทางในการ การแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแม่บทและกลไกสำคัญ 3 ฉบับ โดยรัฐบาล คือพระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 (มาตรา 11) และกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานอื่นๆ ที่บทบัญญัติฉบับเดิมกำหนดให้สิทธิกองทุนและองค์กรสาธารณะในการจัดเก็บเงินบำรุงเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบโดยตรง ทำให้เงินไหลเข้ากองทุนทันทีโดยไม่ต้องผ่าน พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ โดยเสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติที่ให้จัดเก็บเงินบำรุงแบบส่งตรง เพื่อดึงเม็ดเงินทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินรายจ่ายประจำปี

        พระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยกฎหมายฉบับนี้เป็นกรอบหลักที่ภาครัฐใช้เป็นเหตุผลในการจัดระเบียบรายได้แผ่นดิน โดยพยายามควบคุมไม่ให้เกิดการกระจายตัวของ “รายได้นอกงบประมาณ” ที่ไม่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและรักษาเสถียรภาพทางการคลัง

           พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกลไกที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อตอบข้อกังวลของสังคมว่า การยกเลิกเงินที่ได้รับโดยตรง หรือ On-top จะเป็นการ”เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชน” เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายเงิน 2% นั้นอีกต่อไป ประเด็นนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตได้ยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนรองรับโดยการออก “ร่างกฎกระทรวง” ตาม พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตปกติขึ้นมาชดเชยในสัดส่วนที่เท่ากันพอดี ส่งผลให้ผู้ประกอบการสุราและยาสูบยังคงต้องแบกรับภาระภาษีในอัตราเดิมเท่าเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากเงินบำรุงพิเศษให้กลายเป็น “รายได้ภาษีที่เข้าคลังแผ่นดินโดยตรง” แทน จากนั้นหน่วยงานต่างๆ จึงค่อยทำคำของบประมาณรายปีเข้ามาตามระบบปกติ

           แม้แนวทางของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาเงินสนับสนุนองค์กรเฉพาะกิจและกองทุน 4 แห่ง ดูเหมือนมีเจตนาที่ดี แต่สังคมต้องจับตามองว่า มีเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์อย่างอื่นแอบแฝงอยู่หรือไม่ และการดำเนินการปัจจุบัน แม้จะมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบ เราควรเป็นเรื่องที่แก้ไขและปรับปรุงกันต่อไป เพื่อรักษาความเป็นกลางขององค์กร เฉพาะกิจและกองทุน

                                                           ดร.รุจิระ บุนนาค

                                                           กรรมการผู้จัดการ

                                          Marut Bunnag International Law Office

                                                  rujira_bunnag@yahoo.com

                                                    Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น