ไทยช่วยไทยพลัส กับ ผู้ถูกลืม

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลปัจจุบันนำกลับมาใช้อีกครั้งโดยปรับปรุงจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่ประสบความสำเร็จจากคราวที่แล้ว

การกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะเช่นนี้ รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่ม แต่ผู้ริเริ่มใช้ครั้งแรกเป็นรัฐบาลนายกฯพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาซึ่งยังไม่สามารถสืบค้นได้ว่า คนที่เป็นคนต้นคิดโครงการในลักษณะเช่นนี้เป็นใคร แต่ถือว่ารัฐบาลปัจจุบันมีความกล้าหาญ ที่นำโครงการที่ดี และประสบความสำเร็จจากรัฐบาลในอดีต นำมาปัดฝุ่นใช้โดยไม่ขัดเขิน

จุดเด่นของ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คือ รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% โดยประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลจ่ายให้ คนละ 4,000 บาท ตลอดโครงการ แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน หากใช้ในเดือนนั้นๆ ไม่หมด วงเงินจะถูกตัดทิ้งทันที ไม่ทบไปเดือนถัดไป ผู้ที่จะได้รับสิทธิมีจำนวนถึง 30 ล้านคน

ในขณะที่ประชาชนจ่ายเอง เดือนละ 667 บาท หรือตลอดโครงการ 4 เดือน รวมเป็นเงิน (4,000 + 2,664 = 6,664 บาท) ซึ่งเท่ากับประชาชนที่เข้าโครงการ 4 เดือน จะใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 6,664 บาทต่อคน

ผู้มีสิทธิลงทะเบียนต้องเป็นบุคคล สัญชาติไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเนื่องจากกลุ่มเปราะบางจะได้รับการช่วยเหลือผ่านกลไกบัตรแยกต่างหาก และต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการรัฐในอดีต

ผู้ประกอบการร้านค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ คือ ร้านค้าชุมชน ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปรายย่อย ร้านค้าเดิมกดยืนยันผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ได้เลย ส่วนร้านค้าใหม่ติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทย โดยในรอบนี้ ยังไม่เปิดให้ ร้านนวด สปาร้านทำผม/ทำเล็บ เข้าร่วม ซึ่งคาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมประมาณ 500,000-600,000 ร้าน

จะเห็นว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ที่ซื้อโทรศัพท์สมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ หรือผู้ที่เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์สมาร์ตโฟน และไม่สามารถยืนยันตัวตนได้เอง ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียด เข้าต่อแถวเพื่อยืนยันตัวตนตามสาขาของธนาคารกรุงไทยจนแน่นขนัด

แม้ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะมีข้อดีมากมาย และถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะถูกกระตุ้นให้ใช้เงิน เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยไม่นำเงินที่ได้รับมาเข้าบัญชีเก็บแช่ไว้หากเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินดิจิทัล คนละ 10,000 บาท ของรัฐบาลในอดีต ที่เคยคาดการณ์ไว้ว่า จะเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับเงียบ เพราะคนที่ได้รับแจกเงินเก็บเงินไว้ในบัญชีโดยไม่นำออกใช้เท่าที่ควร

ยังมีผู้ที่สมควรที่จะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส 60/40 แต่พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่สามารถจะสำรวจและสรุปจำนวนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้สมาร์ตโฟนไม่เป็น และไม่มีลูกหลานคอยสอนและบอกวิธีใช้ให้ รวมถึงคนที่ไม่มีความพร้อม เพราะไม่สามารถซื้อสมาร์ตโฟนได้เนื่องจากมีราคาสูงพอสมควร อย่างน้อยราคาถูกสุดหลายพันบาทแล้ว หากคำนวณออกมา เงินที่ได้รับอาจไม่คุ้มกับเงินที่ต้องเสียไปกับค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่เกิดขึ้น

ประเด็นเหล่านี้ รัฐบาลควรคาดการณ์และวางมาตรการรองรับ เช่น ให้ผู้ที่ไม่มีความพร้อมดังกล่าว ได้รับเงินสดที่โอน เข้าบัญชีส่วนตัว แต่อาจได้รับจำนวนน้อยกว่า 4,000 บาท เป็นต้น

ข้อดีของไทยช่วยไทย พลัส 60/40 อาจยังไม่เห็นภาพชัด เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ที่แน่ๆคือ ธุรกิจขายโทรศัพท์สมาร์ตโฟนในระดับราคาถูก คึกคักเป็นอย่างมาก  รวมทั้งการขายซิมโทรศัพท์เบอร์ใหม่ด้วย

แม้ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะมีข้อดีมากมาย แต่รัฐบาลควรคาดการณ์ปัญหาให้รอบด้าน และไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น