ลิขสิทธิ์เพลง_กับ_การเรียนสอนดนตรี

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 23 เมษายน 2564

ดร. รุจิระ บุนนาค
23 เมษายน 2564

   การรับฟังเพลง  การเปิดเพลง การขับร้องเพลงของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตในปัจจุบัน อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์    ต่างจากอดีตที่ผู้คนนำมาใช้ได้ง่าย  เช่น  การเปิดเพลงตามเทศกาล หรือการขับร้องเพลงในโอกาสต่างๆ  แต่เมื่อเจ้าของค่ายเพลงนำบทเพลงและเสียงดนตรีมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับสังคมโลกมีการนำกฎหมายลิขสิทธิ์มาบังคับใช้   ประเทศไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายให้เป็นไปตามสากล    

                   งานดนตรีกรรม เช่น คำร้อง ทำนอง การเรียบเรียงเสียงประสาน รวมถึงโน้ตเพลงที่แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว  ถือได้ว่าเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ประเภทหนึ่ง 

                  ในอดีตในยุคที่ค่ายเพลงระดับแนวหน้ามีความเฟื่องฟู  ศิลปินนักร้องในสังกัด สามารถสร้างรายได้ให้กับค่ายเพลงนับพันล้านบาทต่อปี   จากการออกอัลบั้มเทปคลาสเซ็ท  ที่ต่อมาเป็นแผ่นซีดี   การจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต ตัวศิลปิน นักร้องต่างมีรายได้ที่สูงมากเช่นกัน

                   เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน  พฤติกรรมผู้ฟังได้เปลี่ยนตาม  รายได้จากการขายอัลบั้มเพลงซึ่งเป็นรายได้หลักได้ลดลง  แฟนเพลงสามารถฟังเพลงจากสื่อออนไลน์ต่างๆ  อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน   บรรดาค่ายเพลงจึงหันมาเคร่งครัดกับการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์มากขึ้น

                    เห็นได้จากเหล่านักดนตรี  นักร้อง  ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการร้องและเล่นเพลงที่มีลิขสิทธิ์ของค่ายเพลง  ตามร้านอาหาร  บาร์  ไนท์คลับ  จากเดิมที่ไม่เคยถูกเรียกเก็บลิขสิทธิ์  ปัจจุบันกลับต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
                     ค่ายเพลงที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิที่เก็บค่าลิขสิทธิ์ได้   เพราะตามกฎหมายลิขสิทธิ์  เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์ต่อสาธารณชน หากกระทำโดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์  ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์  

                     เคยมีคดีที่ร้านกาแฟเปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์จากยูทูป (Youtube) ให้ลูกค้าในร้านฟังโดยไม่ได้เก็บเงินค่าอาหารเพิ่ม หรือร้านคอมพิวเตอร์เปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์ในแผ่นซีดีให้ลูกค้าฟัง โดยไม่ได้เรียกเก็บเงินเพิ่ม  แต่กลับโดนค่ายเพลงเจ้าของลิขสิทธิ์ดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์  เพราะถือว่าเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน คือ ประชาชนทั่วไป  แม้ว่าจะไม่ได้เรียกเก็บเงินจากการฟังเพลง   

                    สำหรับเพลงใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย บางครั้งค่ายเพลงมีการนำเสนอแบบยัดเยียดให้คนทั่วไปได้รู้จัก เช่น ขอให้ทางร้านช่วยเปิด  ต่อมาเมื่อได้รับความนิยม  กลับจะตักตวงเก็บผลประโยชน์โดยไม่ยกเว้น  ถึงขนาดจะดำเนินคดีกับผู้ที่เปิดเพลงที่ซื้อแผ่นซีดีซึ่งมีลิขสิทธิ์ถูกต้องให้แก่ลูกค้าในร้าน  โดยไม่ได้เก็บค่าบริการเพิ่ม  ซึ่งดูจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ที่เคร่งครัดเกินไป  โดยไม่คำนึงตอนนำเสนอผลงานครั้งแรกๆ  ที่ต้องอาศัยประชาชนทั่วไปที่จะกลายเป็นฐานลูกค้าในอนาคต  เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจล้วนๆ โดยแท้

                    ผู้ประกอบธุรกิจส่วนมากอาจมุ่งผลประโยชน์เป็นสำคัญ เจ้าของลิขสิทธิ์บางรายให้ความสำคัญต่อการเรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์งานดนตรีกรรม  จนไม่ทราบว่าความพอดีควรจะอยู่ที่ตรงไหน

                  กรณีของแดนอาทิตย์อุทัยหรือประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดปัญหาขึ้นสู่ศาลสูงทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่น (Intellectual Property High Court)  กรณีการที่นักเรียนเล่นดนตรีให้ครูฟังในโรงเรียน ถือเป็นการเล่นดนตรีต่อสาธารณชนหรือไม่?  

                    ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น  สิทธิในการแสดงบนเวทีและสิทธิในการแสดงดนตรี ผู้สร้างสรรค์ผลงานมีสิทธิ แต่เพียงผู้เดียวในการจัดแสดงบนเวทีหรือการแสดงดนตรีของงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สาธารณชนได้เห็นหรือได้ยินงานสร้างสรรค์นั้น

                  คดีนี้สืบเนื่องมาจากสมาคมเพื่อสิทธิของนักแต่งเพลงและผู้เผยแพร่ของญี่ปุ่น หรือ JASRAC -The Japanese Society for Rights of Authors, Composers and Publishers  ซึ่งเป็นสมาคมที่รวบรวมผลงานเพลงลิขสิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้โรงเรียนสอนดนตรีของญี่ปุ่นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์เพลง   เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการโรงเรียนสอนดนตรีหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น ทนไม่ไหวจึงรวมตัวกันยื่นฟ้องร้องการกระทำของ JASRAC ต่อศาลทันที 

                   JASRAC ก่อในปีพ.ศ.2482   มีหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ การขึ้นทะเบียนผู้ประพันธ์เพลง  การเรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์  รวมถึงการสอดส่องดูแลว่ามีใครนำผลงานที่ขึ้นทะเบียนไปใช้  ใครต้องการนำเพลงที่ขึ้นทะเบียนกับ JASRAC ไปใช้จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้กับ JASRAC   JASRAC มองว่า การสอนของโรงเรียนดนตรีต่างๆ  ถือเป็นการนำเพลงไปบรรเลงแบบเป็นสาธารณะ   โรงเรียนสอนดนตรีไม่ถือเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมายลิขสิทธิ์  แต่ทางโรงเรียนสอนดนตรีมองว่าการเล่นดนตรีในโรงเรียนสอนดนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา จึงไม่ถือว่าเป็นการเสนอหรือทำให้งานปรากฏต่อสาธารณชน                                                      
                   เรื่องนี้ได้ต่อสู้มาจนศาลสูงทรัพย์สินทางปัญญาของญี่ปุ่น ที่ตัดสินว่า บรรดานักเรียนในโรงเรียนสอนดนตรี ไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องเสียเงินค่าลิขสิทธิ์เพลงในกรณีที่เล่นตามบทเรียนในโรงเรียนสอนดนตรี เพราะนักเรียนเล่นดนตรี เพื่อพัฒนาทักษะการเล่นดนตรีให้ครูสอนดนตรีได้ชี้แนะ    ต่างจากกรณีครูสอนดนตรีและโรงเรียนสอนดนตรี  ครูสอนดนตรีเล่นเพลง ให้นักเรียนในห้องฟังภายใต้การควบคุมของโรงเรียนสอนดนตรี   นักเรียนในโรงเรียนสอนดนตรีจึงถือเป็นสาธารณชน จึงต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ JASRAC

                   หากประเทศไทย เมื่อโรงเรียนสอนดนตรีถูกเก็บค่าลิขสิทธิ์ โรงเรียนสอนดนตรีจะเก็บจากพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กอีกทอดหนึ่ง ถือเป็นการเพิ่มภาระ  แม้เป็นการเรียนการสอนดนตรีที่เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ แต่ควรจะอะลุ่มอล่วย  ถ้าโรงเรียนสอนดนตรีเก็บค่าเรียนพอสมควร เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ควรเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพราะถือว่า เป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ให้แก่วงการดนตรี เปรียบเสมือนใบไม้ผลัดใบ  แต่ในกรณีที่โรงเรียนสอนดนตรีเก็บค่าเรียนแพงเกินไปจนเป็นเรื่องธุรกิจมาก เป็นเหตุสมควรที่จะเก็บค่าลิขสิทธิ์จากโรงเรียนสอนดนตรี

ทางเลือก คือ โรงเรียนสอนดนตรีอาจต้องเลือกเพลงที่เจ้าของลิขสิทธิ์และค่ายเพลงใจดี อยากเผยแพร่งานโดยไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ เมื่อนำมาสอนนักเรียน

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น