ดร. รุจิระ บุนนาค
คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ
เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
การสู้รบในตะวันออกกลางที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีทางอากาศอิหร่าน เป็นเหตุให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงจรวดขีปนาวุธและใช้โดรนอากาศยานไร้คนขับเข้าทำลายเป้าหมายหลายประเทศในตะวันออกกลาง ที่สหรัฐมีฐานทัพและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
อิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามเรือทุกชนิดผ่านโดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมัน หากฝ่าฝืนจะถูกยิง ยกเว้นเรือของประเทศจีนและรัสเซีย แม้สหรัฐประกาศว่า จะให้ความคุ้มครองเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่มีเรือลำใดกล้าแล่นผ่านอย่างจริงจัง เพราะยังไม่มั่นใจ และหากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่เท่าเสีย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ในประเทศไทย ได้เกิดเหตุการณ์ชาวไทยบางส่วน รวมทั้ง ชาวเมียนมาที่อยู่ติดชายแดนไทย ได้ตื่นตระหนกเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำมันคลาดแคลนหรือขึ้นราคา ต่างมาเติมน้ำมันใส่รถยนต์ในประเทศไทยเป็นจำนวน โดยเฉพาะสถานีน้ำมันที่ใกล้ชายแดนประเทศเมียนมา จนสถานีน้ำมันบางแห่งน้ำมันหมด และต้องเริ่มมีมาตรการควบคุมไม่ให้ซื้อน้ำมัน โดยใส่ภาชนะอื่นเพื่อกักตุนหรือสำรอง ยกเว้นน้ำมันที่ใช้เพื่อการเกษตร ยิ่งกว่านั้นสถานีน้ำมันบางแห่งได้ฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมันอย่างไม่มีเหตุผล
น้ำมันถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในทางธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ต้นทุนสินค้าทุกชนิด ล้วนผูกติดกับราคาน้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง
รัฐบาลปัจจุบัน แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ถือว่ามีอำนาจและบารมีในการแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 รัฐบาลได้ประกาศตรึงราคาน้ำมันไว้ เป็นเวลา 15 วัน โดยใช้เงินกองทุนน้ำมัน ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องมาลุ้นกันอีกทีแบบต้องยอมรับความจริงว่า หลังจากนั้น ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอย่างแน่นอน
ประเทศไทยใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยประมาณ 156.90-170 ล้านลิตรต่อวัน น้ำมันปริมาณจำนวน 90% มาจากตะวันออกกลาง ในขณะที่ประเทศไทยผลิตน้ำมันได้เองจากอ่าวไทย เพียงแค่10%-15% เท่านั้น ดังนั้น เมื่อมีการสู้รบในตะวันออกกลาง ประเทศไทยย่อมต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศไทย สามารถใช้ได้นานถึง 61 วัน โดยไม่ต้องนำเข้าน้ำมันจากที่อื่นเลย แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยยังนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคส่วนอื่นของโลกด้วย เมื่อเกิดปัญหา ต้องหาทางนำเข้าน้ำมันจากที่อื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง
ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ ที่ใช้ได้นานถึง 61 วัน ถือว่าไม่น้อยหน้าประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน ที่ในขณะเดียวกันประเทศอื่นบางประเทศในกลุ่มอาเซียน มีน้ำมันสำรองใช้ได้แค่ 50 วัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้ได้ประมาณเกือบ 60 วัน
ราคาน้ำมันที่ประชาชนจะต้องจ่ายเมื่อใช้น้ำมัน จะรวมราคาที่จ่ายให้กองทุนน้ำมัน 0.70 บาทต่อลิตรสำหรับดีเซล และ 0.38-0.70 บาท ต่อลิตร สำหรับกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์
ในอดีตที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันเคยติดลบถึง 120,000 ล้านบาท ปัจจุบันแม้ไม่ติดลบ แต่มีเงินกองทุนน้ำมันเหลืออยู่ไม่มาก เพียงแค่ไม่กี่พันล้านบาทเท่านั้น
หากมีเหตุวิกฤต หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนทางด้านพลังงาน โดยเฉพาะทางด้านน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลยังมีเครื่องมือทางกฎหมายในการแก้ปัญหา คือ
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่ให้อำนาจกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควบคุมไม่ให้ขายสินค้าซึ่งรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง เกินราคาที่กำหนด และยังต้องติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน
พระราชกำหนด แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันการขาดแคลนและควบคุมราคาน้ำมัน โดยรัฐบาลมีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการที่จำเป็น เร่งด่วนให้ปฏิบัติตามได้
น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น มีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนเต็มขั้นต้องดำรงชีวิตอย่างมีสติ และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag