เลือกตั้ง สส. โมฆะ ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มทยอยรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ยังไม่ได้รับรองผลทั้งหมด กกต. ได้เผชิญ “วิกฤตศรัทธา” จากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเคลือบแคลงสงสัยว่า การจัดการเลือกตั้งอาจไม่เป็นกลาง เกิดจากจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อไม่เท่ากันทั้งที่ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนทุกคนต่างได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ปัญหาการนับคะแนน บัตรเขย่ง ที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง กับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่ตรงกัน

แต่ปัญหาที่หนักสุด คือ บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสีชมพู สำหรับเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ และ คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสีเขียว สำหรับเลือก สส.แบบแบ่งเขตที่มีข้อสงสัยว่าสามารถตรวจสอบย้อนหลังไปว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ละคน เลือกใคร พรรคใด อันจะทำให้การเลือกตั้ง ไม่ลับ และอาจมีผลให้การเลือกครั้งนี้ เป็น โมฆะทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัย

แม้ กกต.จะออกมาชี้แจงที่ ฟังพอเข้าใจได้ว่า การพิมพ์ทั้ง บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ลงไปในบัตรสำหรับการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร ซึ่งบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ถือเป็นส่วนหนึ่งในหลายมาตรการป้องกันการปลอมแปลง รวมถึงเป็นเครื่องมือควบคุมบริหารจัดการบัตรต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่า

นักกฎหมายระดับอาจารย์กฎหมายหลายท่าน รวมถึงพนักงานอัยการ ในสายกฎหมายมหาชน ต่างให้ความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า หากเพียงพิสูจน์ได้ว่า สามารถตรวจสอบย้อนหลังถึงความเชื่อมโยงได้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกใคร อย่างไร ถือว่าไม่ลับ ตามข้อสันนิษฐานของกฎหมาย แม้ในขณะกาบัตรไม่มีใครทราบว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกใคร อย่างไรก็ตามจะมีผลให้การลงคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นโมฆะให้ต้องจัดเลือกตั้งกันใหม่ทั้งประเทศ

งบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งในปีพ.ศ. 2569 ล่าสุดที่ผ่านมา สูงถึง 7,824,040,100 บาท

ปัญหามีว่า หากต้องจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้งเพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

หลักสำคัญของกฎหมายนี้คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รัฐบาลหรือทางราชการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม หากความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดจากการจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคำว่า จงใจ ยังมีความหมายรวมไปถึงในกรณีทุจริตด้วย เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

หากรัฐบาลหรือทางราชการ ได้จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นไปก่อน มีสิทธิเรียกคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้

ตามหลักกฎหมายนี้ หากศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการ กกต. ให้ความเห็นชอบในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ คิวอาร์โค้ด ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ากฎหมายบัญญัติไว้ว่า การใช้สิทธิลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องเป็นความลับ แต่ยังฝืนทำหรือลงมติเห็นชอบให้ใช้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว อาจถือเป็นความผิดฐานละเมิด ที่นับว่าเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

แนวทางเกี่ยวกับเรื่องความรับผิดนี้ หากกรรมการท่านใดไม่เห็นชอบด้วยในขณะประชุม ต้องทักท้วงหรือทำความเห็นแย้งให้ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถือว่า เห็นชอบด้วย และจะต้องร่วมรับผิดเป็นการส่วนตัวด้วย

หากต้องรับผิดจริง และยอดหนี้เป็นจำนวนมหาศาล ในความจริงคงไม่มีใครสามารถรับผิดชอบชดใช้เงินได้ อาจต้องขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ ในแต่ละเดือน หรือในแต่ละปีไป ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่า จะใช้เวลานานกี่ร้อย หรือกี่พันปีจึงจะสามารถชำระหนี้ได้ครบ

ท่ามกลางความสงสัยว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา จะเป็นโมฆะหรือไม่? พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับต้น เริ่มจัดรัฐบาลแล้ว เพราะถือว่า ยังไม่มีคำตัดสินจากศาลว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จึงต้องดำเนินการกันต่อไป หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะจริงในอนาคต เป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่มีใครยืนยันได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น

จากนี้ไป ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คงได้แต่รอว่า จะต้องใช้สิทธิเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง หรือไม่?

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น