ศึก H&M และ Nike ในจีน

ลงพิมพ์ในแนวหน้า : 9 เมษายน 2564

ดร. รุจิระ บุนนาค
9 เมษายน 2564

  นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา    หลายสื่อได้นำเสนอข่าวประเทศจีนได้แบนบริษัทค้าปลีกแบรนด์ดังอย่างเอชแอนด์เอ็ม ( H&M) และไนกี้ (Nike) และยังมีแบรนด์อื่นๆ  สาเหตุครั้งนี้มาจากการที่ผู้บริหารบริษัทของแบรนด์ดังทั้งสอง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมฝ้ายจีนในเขตปกครองตนเองซินเจียง  ที่คาดว่ามีการใช้แรงงานชาวอุยกูร์ทำงานให้บริษัทในจีนเยี่ยงทาส  อันเป็นการการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งแบรนด์ทั้งสองได้ออกมาแสดงว่าจะไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง  

       ผู้บริหารแบรนด์เอชแอนด์เอ็ม เคยแถลงการณ์ว่า “ไม่สนับสนุนการใช้ฝ้ายจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์”
                  เอชแอนด์เอ็ม  (H&M)  หรือ   แฮนเนส แอนด์ มอริทส์ อาเบ ( Hennes & Mauritz AB)  มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงสต็อกโฮล์ม  ประเทศสวีเดน เป็นบริษัทจำหน่ายเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ   มีสาขาจำนวนกว่า 5,076 สาขา ใน 74 ประเทศ  
                  ไนกี้ (Nike)  ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.  2507  เป็นบริษัทผลิตเครื่องกีฬา  อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่วอชิงตัวเคาตี, รัฐโอเรกอน, สหรัฐอเมริกา มีสาขาอยู่ทั่วโลก 
                 เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์  เป็นเขตปกครองตนเองของจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ  ถือได้ว่าเป็นเขตปกครองใหญ่ที่สุดของจีนและ เป็นเขตการปกครองชาติที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก  มีพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตรและเป็นเขตการปกครองที่ทั้งยังมีประชากรมากที่สุดติดอันดับหนึ่งในสิบ

                   คำกล่าวเช่นนี้ รัฐบาลจีนมองว่า ทำให้จีนเสียหาย  สร้างความไม่พอใจให้กับจีนเป็นอย่างมากมีการแสดงออกอย่างชัดเจนในการตอบโต้  เพื่อปกป้องชื่อเสียงของประเทศ  สื่อในจีนอย่างสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN  China Global Television Network) ได้จัดทำสารคดีที่แสดงให้เห็นว่า การเก็บฝ้ายในซินเจียงมีการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานมนุษย์ไม่ได้มีการใช้แรงงานชาวอุยกูร์เยี่ยงทาสตามที่ถูกประณามแต่อย่างใด  
                  เช่นเดียวกับเซเลบริตี้ นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์   ไม่ว่าจะเป็นหวังอี้ป๋อ(Wang Yibo), หวงเซวียน (Huang Xuan), วิคตอเรีย ซ่ง (Victoria Song)   ได้ประกาศเป็นเสียงเดียวกันว่า “ประโยชน์ของชาติอยู่เหนือทุกอย่าง”       โดยประกาศยกเลิกสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์กับเอชแอนด์เอ็มและไนกี้   นอกจากนี้  ยังมีแบรนด์อื่นอย่าง Adidas, Tommy Hilfiger, Converse และ New Balance  โดนหางเลขไปด้วย
                   ไม่ใช่ว่าจะหยุดเพียงแค่นี้  แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ( e-commerce) จีน เช่น Alibaba,  JD.com,  Pinduoduo,   Tmall  ได้ยกที่เลิกจำหน่ายสินค้าของเอชแอนด์เอ็ม  ทำให้ต้องสูญเสียลูกค้าในช่องทางนี้เป็นจำนวนมาก จากที่เคยมีลูกค้ามาช็อปปิ้งกันอย่างคึกคัก แต่ตอนนี้กลับหายไปจากแอปพลิเคชัน  นอกจากนี้ร้านค้าแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนจีนหลายราย  เช่น  หัวเหว่ย, เสี่ยวหมี่, ออปโป ได้ถอดแอปไนกี้และอดิดาสออกด้วย
                   การต่อต้านครั้งนี้   ทำให้นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2564  ว่า   สหรัฐอเมริกาขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกต่อต้านการกระทำของจีน กรณีการใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธโจมตีบริษัทต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนอย่างถูกต้อง  รัฐบาลวอชิงตันส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทั่วโลกมีความเคารพและยึดมั่นต่อหลักสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางพื้นฐานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ซึ่งคัดค้านการใช้แรงงานทาส
                     เอชแอนด์เอ็มรายงานผลประกอบการในจีนก่อนหักภาษี ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบการเงินปัจจุบัน คือระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563  ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564  ขาดทุน    4,984.29 ล้านบาท  เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีผลกำไร 8,964.55 ล้านบาท  และหากย้อนไปในปีพ.ศ. 2562  มีรายได้ 43,820 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ  5  ของรายได้  เป็นอันดับ 3 รองจากเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา
                   จากการที่แบรนด์ดังถูกต่อต้านจากชาวจีน     วิกฤตนี้กลับกลายเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ของจีนอย่าง หลี่หนิง  (Li Ning)  และแอนต้า (Anta)  ที่กลับมาได้รับการสนับสนุนจากชาวจีน โดยกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ทในจีนได้ประกาศว่า จะหันมาอุดหนุนสินค้าสัญชาติจีนแทน  
                    เรื่องการแบนหรือคว่ำบาตรสินค้า หากเปรียบเทียบกับกรณีของไทย ถุงพลาสติกลายสายรุ้งที่ไทยใช้มานาน เห็นได้ตามตลาดนัดที่พ่อค้าแม่ค้าใช้บรรจุสินค้า  ที่มีแบรนด์ดังระดับโลกนำไปออกแบบเป็นกระเป๋าและ จำหน่ายในราคาหลักหมื่น ในขณะที่จำหน่ายที่ไทยลายเดียวกันแต่วัสดุต่างกัน หากมองไกลๆอาจแยกไม่ออกราคาเพียงหลักร้อย 
                   หรือ สุพรีม (Supreme)  แบรนด์สินค้าแฟชั่นระดับโลกชื่อดัง  ที่ได้เปิดตัวคอลเลคชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2021 (Spring/Summer2021)  ด้วยเสื้อเชิ้ตรุ่น Blessings Ripstop Shirt (Supreme x หลวงพ่อคูณ) โดยใช้ยันต์สีเหลืองรูปหลวงพ่อคูณ เกจิชื่อดังวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา สกรีนบนเสื้อ หลวงพ่อคูณ คนไทยต่างทราบดีว่าหลวงพ่อท่านเป็นพระสงฆ์ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของลูกศิษย์ทั้งไทยและต่างประเทศ
                   ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเล็กๆ ตลาดในไทยต่างจากตลาดในจีนอย่างเทียบไม่ได้ คนไทยคงไม่สามารถที่จะทำการต่อต้านสินค้าดังกล่าวได้ หรือแม้จะต่อต้าน เจ้าของสินค้าคงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด   กรณีหลวงพ่อคูณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทผู้ผลิต เพื่ออธิบายถึงความไม่เหมาะสม
กรณีประเทศจีน แบรนด์ดังคงต้องหาทางเร่งแก้ปัญหานี้ มิเช่นนั้นรายได้จะสูญหายนับหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่า จีนสามารถบริหารประเทศจนเป็นมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจของโลก จะทำอะไรต้องทบทวนให้ดีๆ มิฉะนั้นจะกลายเป็น “ทุบหม้อข้าวตัวเอง”

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น