เงินกู้รัฐบาล 4 แสนล้านบาท

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและเศรษฐกิจโดยจะดำเนินการ “โครงการไทยช่วยไทย”ลดค่าครองชีพให้ประชาชนในลำดับแรก คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 1 แสนล้านบาท และดำเนินโครงการอื่นๆ ตามลำดับความสำคัญต่อไป ซึ่งอาจรวมไปถึงโครงการแลนด์บริดจ์

การที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด ถือเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่สามารถทำได้ในกรณีที่มีเหตุเร่งด่วน หรือมีเหตุวิกฤต ซึ่งจะมีผลใช้บังคับทันทีเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ แต่รัฐบาลจะต้องนำพระราชกำหนดนี้เข้าสู่รัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบหากรัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดจะตกไป และไม่มีผลกระทบต่อการดำเนิน ที่ได้กระทำไปก่อนหน้านี้แล้ว

รัฐบาลคาดหวังว่า โครงการไทยช่วยไทย จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนได้กว่า 43 ล้านคนมีผลช่วยสนับสนุน GDP ปี 2569 ให้เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8

แผนการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้เป็นการกู้เงินผ่านกลไกหลักของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) โดยแหล่งที่มาของเงินกู้โดยปกติจะประกอบด้วย แหล่งเงินกู้ภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลจะใช้วิธีการออกตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล(Government Bond), ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N), หรือการทำสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินภายในประเทศเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

ปัจจุบันมี พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่กำหนด “เพดานหนี้สาธารณะ” ไว้ชัดเจน ทำให้ขยับเพดานได้ไม่เกิน 70% ของ GDP เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลกู้เงินจนเกินตัว

ในสมัยอดีต โดยเฉพาะในปี 2540 ยุควิกฤตการณ์การเงินและวิกฤตต้มยำกุ้ง  รัฐบาลในยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้กู้เงินฉุกเฉินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กว่า 17,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาพยุงค่าเงินบาทและฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเงินซึ่งเกิดจากผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจทำให้ไทยเกือบล้มละลาย

รัฐบาลในอดีต มักกู้เงินเพื่อสร้างสิ่งอำนวยประโยชน์สาธารณะ ที่เห็นชัดเจน เช่น สร้างทางรถไฟ เขื่อน หรือโรงไฟฟ้า  แต่ปัจจุบันจะเป็นการกู้เงินเพื่อนำมาใส่ในงบประมาณแผ่นดิน (ชดเชยการขาดดุล) เพื่อให้รัฐบาลมีเงินไปใช้จ่ายในนโยบายต่างๆ รวมถึงการเยียวยาฉุกเฉิน

ปัจจุบันโครงสร้างหนี้สาธารณะของรัฐบาลไทย มากกว่า ร้อยละ 98% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด จะพึ่งพาแหล่งเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก  เม็ดเงินเกือบทั้งหมดมาจากสภาพคล่องภายในประเทศ โดยการออกพันธบัตรให้สถาบันการเงินและประชาชนคนไทยเป็นผู้ซื้อเป็นการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ฝ่ายค้านและนักวิชาการบางคน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า พระราชกำหนดกู้เงินครั้งนี้ จะเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่กรณีฉุกเฉินเร่งด่วนที่จำเป็นต้องออกพระราชกำหนด ในขณะที่รัฐบาลยังมีทางเลือกอื่นที่สามารถหาเงินมาใช้จ่ายในขณะนี้โดยไม่จำเป็นต้องเร่งออกเป็นพระราชกำหนด

ที่สำคัญคือ ในอดีตรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด ในขณะนั้น GPD ของประเทศติดลบ แต่ในภาวะปัจจุบัน GDP ของประเทศไม่ได้ติดลบ จึงเป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องพิจารณาว่า ประเทศไทยกำลังยังอยู่ในวิกฤตที่จะต้องมีพระราชกำหนดกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท จริงหรือไม่ ?

แม้ว่าฝ่ายค้าน หรือนักวิชาการจะแสดงความคิดเห็นทักท้วงอย่างมากมาย พระราชกำหนดนี้จะต้องนำเสนอสู่รัฐสภา และในที่สุดจะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลปัจจุบันสามารถคุมเสียงได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

ความเสถียรภาพวินัยทางการเงินของรัฐบาลที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ อาจถือได้ว่าเป็นการ “กินทุนเก่า”หากรัฐบาลกู้มาแล้วไม่สามารถกระตุ้นให้ GDPโตได้มากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ในระยะยาวเสถียรภาพนี้จะค่อยๆ ลดลง และภาระจะตกไปอยู่ที่ภาษีของประชาชนแน่นอน

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น