โครงการแลนด์บริดจ์….เจ้าปัญหา

ดร. รุจิระ บุนนาค

คอลัมน์ แนวหน้าออนไลน์ กฎ กติกา ธุรกิจ

เผยแพร่ : วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ประเทศไทยมีแนวความคิดที่จะเชื่อมทะเลสองฝั่ง ระหว่างทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทย ที่อยู่ตอนล่างของประเทศตรงส่วนที่แคบที่สุด ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นด้ามขวานทองตามแผนที่ประเทศมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมัยรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5จนมายุครัฐบาล พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนารัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจรรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รัฐบาล พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

แนวความคิดดังกล่าว คือ การขุดคลองที่คอคอดกระ บริเวณเขตบ้านทับหลี ตำบลมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับอำเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อเป็นทางเชื่อมทะเล 2 ฝั่งของอ่าวไทย

แม้จะได้มีการขุดคอคอดกระ ในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่พบว่า มีปัญหาอุปสรรคในการขุดคลองผ่านเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงมากเกินกว่าที่ประมาณการไว้ จนต้องยุติและยกเลิกโครงการ ต่อมาได้มีการนำโครงการนี้ขึ้นปัดฝุ่นอีก แต่เป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ และไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจังอีกเลย

รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้มีแนวความคิดที่จะดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ตามกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(Southern Economic Corridor : SEC)ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีระยะทางรวม109 กิโลเมตร

โครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบด้วย1) โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกระนอง-ชุมพร 2) โครงการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ ช่วงชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง 3) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ขนาด 6 ช่อง ทางจราจร

รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชายังไม่ได้เริ่มดำเนินการนี้อย่างจริงจังจนหมดวาระทางการเมือง

ล่าสุด ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อเปลี่ยนไทยเป็นศูนย์กลาง โลจิสติกส์โลก เชื่อม 2 ฝั่งทะเล โดยจะเปิดให้ต่างชาติลงทุนในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP : Public-Private Partnership) เพื่อช่วยลดเวลาขนส่งแทนช่องแคบมะละกา

การที่รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์อย่างกะทันหัน ทั้งที่ไม่เคยแถลงเป็นนโยบายไว้ในตอนหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา รวมทั้งไม่เคยแถลงเป็นนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งเป็นรัฐบาล อาจเป็นเพราะเพิ่งมีวิกฤตการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน จนส่งผลกระทบด้านราคาน้ำมันและพลังงานไปทั่วโลก รวมทั้งมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นช่องแคบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่าง มาเลเซีย (คาบสมุทรมลายู) อินโดนีเซีย (เกาะสุมาตรา) และสิงคโปร์ ในอนาคตอาจมีปัญหาคล้ายกับช่องแคบฮอร์มุซ

ท่าทีของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ดูเหมือนว่ามองการณ์ไกล แบบมีวิสัยทัศน์พอสมควร แต่ยังแฝงไว้ด้วยความรีบร้อน ลุกลี้ลุกลน จนเกินสมควร เป็นที่น่าสงสัย และจับตามอง

ปัจจุบันโครงการแลนด์บริดจ์ยังอยู่ในขั้นตอน เดินสายเพื่อชี้แจงโครงการ (Road Show) และรับฟังความคิดเห็นรวมถึง การทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environmental and Health Impact Assessment: EHIA)ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” กับ “ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชน” โดยรายงาน EHIA ของโครงการนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (Public Hearing) และยังไม่มีรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ที่ชัดเจนอย่างจริงจัง เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกประเมินความคุ้มค่า ความเสี่ยงและความสำเร็จของโครงการ

การลงทุนยังอยู่ขั้นตอน “แสดงความสนใจ” (Expression of Interest) และการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน และในการประมูล รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดประมูลแบบ

นานาชาติ (International Bidding) ได้หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) มีความชัดเจน

โครงการนี้เป็นการประมูลในรูปแบบ “สัญญาเดียว” (Single Package) คือ ผู้ชนะจะได้บริหารทั้งท่าเรือ 2 ฝั่ง และเส้นทางเชื่อมต่อ (Land Link) ทั้งหมด เพื่อให้การบริหารจัดการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในภาพรวมโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้เป็นเพียง“ทางผ่าน” สินค้าของเรือเท่านั้น แต่อยู่ที่การสร้าง “ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ” ในภาคใต้ให้แข็งแกร่งขึ้น

อุปสรรคสำคัญ คือ การทำให้บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ยอมรับว่า การประหยัดเวลา 2-4 วันนั้นคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมและการเสียเวลาถ่ายลำเรือสินค้า หากโครงการนี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ ประเทศไทยจะกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่คุมเส้นทางเดินเรือโลกเพิ่มขึ้น และมีอำนาจต่อรองด้านการค้าและเศรษฐกิจของโลก

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแม้โครงการแลนด์บริดจ์จะดูดีและน่าสนใจ แต่ไม่มีใครรับรองผลได้ว่า ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้ดี และจะคุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งมีต้นทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาทหรือไม่ โครงการนี้จะประสบความสำเร็จ มีผู้ขนส่งระหว่างประเทศใช้งานอย่างคึกคัก หรือจะกลายเป็นโครงการที่มีการก่อสร้างขนาดใหญ่และเป็นโครงการร้าง ที่ไม่มีใครใช้งาน

อีกด้านหนึ่งได้มีนักวิชาการและประชาชนในพื้นที่บางส่วน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงคัดค้านและไม่เห็นด้วย เพราะหากดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ ต่อไปในอนาคตจะเกิดปัญหากระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งทางบกและทางทะเล ตลอดจนวิถีชีวิตของประชาชนซึ่งเป็นชุมชนในท้องถิ่นจะต้องเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก

ผู้ที่มีความเห็นคัดค้านโครงการนี้ มีความเห็นว่า หากโครงการนี้ใช้เงินลงทุนถึง 1 ล้านล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่า

ไม่ว่าโครงการจะเป็นอย่างไร นับเป็นความใจกล้าของรัฐบาลปัจจุบัน ที่นำโครงการเก่าของรัฐบาลที่ผ่านมาทำการสานต่อ โดยไม่กังวลเรื่องข้อครหาตามแนวคิดไทยว่า เป็นโครงการซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาลที่พ้นวาระไปแล้ว

ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ รัฐบาลควรออกมายอมรับว่า มีรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างสมบูรณ์หรือไม่ หากมีควรนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หากไม่มีควรรีบดำเนินการพร้อมกับรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้รอบด้าน ก่อนดำเนินการโครงการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

Twitter : @RujiraBunnag

Marut Bunnag Copyright @2020

 


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
Cookie policy for development and experience and the experience of use that has previously been studied in detail in the policy and can be controlled by controlling the installation.setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose your cookie settings by turning them on/off. Cookies in each category can be customized according to your needs, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า

Policy

1. Send only queries related to laws only.
2. Do not use rude words, or words which implicate other persons.
3. The sender of a message to the legal board must be responsible for his/her statement.

เงื่อนไขการใช้งานกระทู้คำถาม

1.สำหรับส่งคำถามที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น
2.ห้ามมีคำหยาบคาย พาดพิงบุคคลอื่น ทำให้เกิดความเสียหาย
3.ผู้ที่ส่งคำถามลงในกระดานกฏหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อความนั้น